มหาวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ เป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ ซึ่งเป็นยุคของความตกต่ำทางเศรษฐกิจในฝั่งอเมริกา ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกเกิดการผันผวนและไม่คงที่ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ราคาทอง หรือแม้กระทั่งราคาหุ้น ก็เปลี่ยนแปลงไปจนอยู่ในจุดต่ำสุด เป็นผลให้การดำเนินการทางเศรษฐกิจทั่วโลกนั้นต้องชะงัก เมืองไทยเองก็มีเหตุการณ์วิกฤตอย่างนี้เช่นกัน คือเศรษฐกิจต่ำสุดในยุคต้มยำกุ้ง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วง พ.ศ. 2540 และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทุกรายอย่างทั่วถึง ธุรกิจหลายประเภทที่ต้านทานไม่ไหว จึงต้องปิดตัวลง พนักงานหลายแสนคนกลายเป็นคนว่างงานในทันที

เมื่อบริษัทต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของต้นทุน การลดจำนวนพนักงานจึงเป็นทางเลือกแรกที่ผู้ประกอบการจะคำนึงถึง เนื่องจากการเลิกจ้างนั้นทำได้โดยไม่ต้องใช้เวลามากนัก เพียงเสนอเงินเลิกจ้างซึ่งต้องเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่ายระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง จากนั้นก็ดำเนินการตามกฎหมายแรงงาน เพียงเท่านี้ก็สามารถยกเลิกการจ้างงานซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้

บริษัทต่างประเทศสั่งลดพนักงาน

การปรับโครงสร้างองค์กรนั้นเป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้บริษัทสั่งลดพนักงาน อย่างเช่นในฝั่งอังกฤษ ก็คือบริษัท โรส์ รอยซ์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตอะไหล่เครื่องบินรายใหญ่ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2018 ที่ผ่านมาว่า ต้องการปลดพนักงานจำนวน 4,600 คน เพื่อลดค่าใช้จ่ายรายปีกว่า 400 ล้านปอนด์ (ราว ๆ 17,200 ล้านบาท) ทางฝั่งออสเตรเลียก็ไม่น้อยหน้าซึ่งบริษัท เทลสตรา ยักษ์ใหญ่ในด้านการคมนาคม ได้สั่งปลดพนักงานจำนวน 8,000 ตำแหน่งในเดือนเดียวกันนี้ โดยระบุว่าต้องการแรงงานที่มีขนาดเล็กลงแต่คงด้วยคุณภาพ ดังนั้นจำเป็นต้องยุบบางตำแหน่งที่ไม่สำคัญออก เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานซ้ำซ้อน นอกจากการปรับโครงสร้างองค์กรแล้ว ความซบเซาของธุรกิจยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัทจำเป็นต้องสั่งลดพนักงาน ดังเช่น ดอยซ์แบงก์ เอจี (Deutsche Bank) ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ของเยอรมนีก็สั่งปลดพนักงานกว่า 7,000 ตำแหน่ง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลดต้นทุน เป็นผลมาจากความซบเซาทางเศรษฐกิจ

จะเห็นว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจกันทั่วหน้า ซึ่งส่งผลต่อแรงงานที่ไม่มีความจำเป็น โดยเฉพาะแรงงานที่สามารถทดแทนได้ด้วยเครื่องจักร ทำให้เกิดการสั่งปลดพนักงานจำนวนกว่าหมื่นตำแหน่ง

บริษัทไทยสั่งลดพนักงาน

                สำหรับประเทศไทยเองก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เพราะหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ออกแถลงการณ์สั่งปลดพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายรายปี หนึ่งในนั้นคือสถาบัณการเงินรายใหญ่ที่มีประวัติมายาวนานอย่างธนาคารไทยพาณิชย์ ก็ได้สั่งลดพนักงานลงกว่า 12,000 คน ภายใน 3 ปี และลดสาขาลงกว่า 700 สาขา เพื่อตอบรับการทำงานในยุคดิจิตอลที่ความสำคัญของพนักงานนั้นลดลงตามลำดับ นอกจากนี้ ดีแทค ผู้เป็นหนึ่งในบริษัทรายใหญ่ทางด้านการโทรคมนาคมของไทยยังสั่งปลดพนักงานกว่า 300 คน เนื่องจากบางตำแหน่งงานนั้นสามารถใช้เทคโนโลยีทดแทนได้ พนักงานในบางตำแหน่งจึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

จริง ๆ แล้ว ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่ธุรกิจยุคใหม่จะสั่งลดพนักงาน อันเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่สามารถเข้ามาทดแทนการจ้างงานมนุษย์ได้ ทำให้ตำแหน่งงานที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้คนต้องถูกตัดออกไป ดังนั้นพนักงานจะอยู่รอดได้ในยุคดิจิตอลเช่นนี้ จะต้องมีความรู้เรื่องเทคโนโลยีบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งการหาความรู้ใหม่ ๆ ในสมัยก็ทำได้ไม่ยาก สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการพัฒนาศักยภาพของตน เพื่อให้ไม่เป็นพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง