จากกระแสเพลง Rap ที่กำลังเป็นที่พูดถึง และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในสังคมไทยในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นเพลง “ประเทศกูมี” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ Rapper อิสระ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้สึกนึกคิดซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวโยงกับสถานการณ์บ้านเมืองผ่านเพลง Rap ที่มีเนื้อหาตรงไปตรงมา ทำให้เพลงดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับทั้งด้านดี และไม่ดีจากสังคม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแสดังกล่าวทำให้เพลง Rap เป็นที่รู้จักในสังคมไทยมากขึ้น

เมื่อโลกเริ่มรู้จักเพลง Rap

เพลง Rap มีต้นกำเนิดจากต่างชาติ จากนั้นวัฒนธรรมเกี่ยวกับแนวดนตรีดังกล่าวก็ไหลบ่าเข้าสู่วงการเพลงบ้านเราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการ Rap เริ่มมาจากการพูดคำกลอนสดใส่จังหวะเพลง โดยส่วนใหญ่จะเป็นจังหวะเร็ว กระชับ ซึ่งหลายคนสับสนระหว่าง Hip-hop กับ Rap ซึ่งเพลง Rap นั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม Hip-hop โดยเพลง Rap จะเป็นการร้องแบบที่เป็นจังหวะ คล้ายเสียงพูด มีการใช้คำคล้องจองกันแต่ไม่เน้นฉันทลักษณ์ที่ตายตัว รวมทั้งเน้นที่การกำกับจังหวะ โดยใช้จังหวะกลองอิเล็กทรอนิกส์ และเทคนิคการ Sampling นอกจากนั้น การ Rap ได้พัฒนามาโดยตลอด จากชาวจาเมกาในนิวยอร์กได้เริ่มการพูดลงบนเพลงประเภทแดนซ์ฮอลล์ ในคริสต์ทศวรรษ 1970 จนในคริสต์ทศวรรษ 1980 ความสำเร็จของ วงรัน-ดีเอ็มซี ได้เปิดกว้างให้วงการเพลง Rap จากนั้นก็เริ่มจะมีการใช้จังหวะที่สลับซับซ้อนมากขึ้น ท้วงทำนองในการพูด เนื้อคำกลอนที่ซับซ้อน และการเล่นคำอย่างสร้างสรรค์ เนื้อเพลงแร็ปมักถ่ายทอดมุมมองชีวิต โดยเฉพาะชีวิตที่อิสระ การออกจากกรอบ รวมถึงการผสมผสานกับวัฒนธรรมกระแสนิยม และมีการพูดถึงสภาพสังคมในมุมมองของ Rapper

ปรากฏการณ์เพลง Rap ในไทย

เมื่อพูดถึงเพลง Rap ในประเทศไทย หรือแนวเพลง Hip-Hop ในอดีตเราก็มักจะนึกถึง Rapper ยุค 90 อย่างคุณโจอี้ บอย, ไทเทเนียม หรือแนวใต้ดินอย่างดาจิม ซึ่งในสมัยนั้นเพลงแนวนี้จะมีคนฟังค่อนข้างเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ซึ่งก็มีไม่มาก และยังไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าที่ควร ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มใต้ดินมากกว่า กระทั่งในยุคปัจจุบันต้องบอกว่าเพลง Rapได้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง พร้อมกับศิลปินหน้าใหม่ที่แจ้งเกิดจากกลุ่มเล็ก ๆ จนตอนนี้ต้องเรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ในวงการเพลง Rap ที่เป็นที่นิยมมากขึ้น จะเห็นได้จากยอดวิวใน YouTube ที่สูงลิบลิ่ว รวมทั้ง Rapper ก็กลายเป็นจุดเด่นที่ศิลปินดังต่างเชิญไปร่วม Featuring ในเพลงด้วย และยิ่งไปกว่านั้นเรายังได้เห็น เพลง Rap ในรายการทีวีหลายรายการทั้ง rap is now ที่มีการประชันกันของเหล่า Rapper ที่มีความสามารถจากทั่วเมืองไทย นอกจากนี้ยังมีรายการ the rapper ทางช่อง work point และ show me the money ทางช่อง true4u ซึ่งก็เป็นกระแสบนโลกออนไลน์ไม่น้อย

Rap กับการเสียดสีสังคม

                เมื่อคนไทยเริ่มรู้จักเพลง Rap มากขึ้น ก็ทำให้แนวเพลงดังกล่าวกลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง โดยเราจะเห็นว่าเพลง Rap นอกจากจะให้ความสนุกสนาน ความสะใจ ความตื่นเต้นเร้าใจแล้ว ก็ยังมี Rapper บางกลุ่มที่เริ่มตระหนักว่าเพลง Rap สามารถเป็นสื่อกลาง หรือเป็น “กระบอกเสียง” ของสังคม หรือเป็นการพูดในประเด็นที่สังคมกำลังเกิดข้อสงสัย ความไม่กระจ่าง หรือเกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนั้น การใช้เพลง Rap เพื่อเล่าเรื่อง เล่าเหตุการณ์บ้านเมือง จนกระทั่งเสียดสีสังคมก็เริ่มเป็นที่นิยมและน่าจับตามอง เนื่องจากธรรมชาติของแนวเพลงดังกล่าว การใช้ถ้อยคำ ภาษาที่เรียงร้อยเป็นบทกลอนของเพลงนั้นมีความตรงไปตรงมา เน้นการใช้คำที่สั้นกระชับ แต่เสียดลึก กระตุกต่อมความคิด และกระตุ้นเตือนให้คนฟังรู้สึกร่วม และคิดตามไปกับเนื้อหาและเสียงดนตรี ซึ่งนี่อาจเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่เพลง Rap จะไม่ใช่แค่ Rap แต่คือศิลปะการถ่ายทอดมุมมองทางความคิด มุมสะท้อนทางสังคม ที่จะเข้าถึงอารมณ์และความคิดของผู้ฟังได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จึงอาจเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ เพลง Rap ได้รับความนิยมมาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือต่างประเทศ