Tag: อาหาร

“อาหาร” ทูตแห่งการท่องเที่ยว ที่หลายประเทศใช้ได้ผล

                จะเห็นได้ว่าความนิยมต่ออาหารต่างชาติในไทยนั้นมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต หนัง หรือซีรี่ย์ต่างประเทศที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในช่วงใดช่วงหนึ่ง อาหารเป็นเหมือนกับโฆษณาที่ทำให้คนต่างประเทศสนใจในวัฒนธรรมของประเทศนั้น เรียกว่าอาหารเป็นทูตทางวัฒนธรรมเลยก็ว่าได้

ในแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างทางด้านการรับประทานที่ไม่เหมือนกัน เช่น ประเทศที่มีอากาศค่อนข้างหนาวจะรับประทานอาหารที่มีรสจัดจ้าน เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกาย หรือการทานอาหารที่ขายตามข้างถนนซึ่งราคาถูก และยังมีให้เลือกอีกมากมาย เมื่อความสนใจในอาหารมีเพิ่มมากขึ้น บริษัททัวร์หลายแห่งจึงจัดทริปสำหรับการท่องเที่ยวเพื่อชิมอาหารท้องถิ่น ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ดีเลยทีเดียว

“อาหาร” นำเที่ยว

                ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า แต่ละประเทศจะมีวัฒนธรรมการกินที่แตกต่างกันไป อย่างในทวีปเอเชียเมื่อพูดถึงซูชิทุกคนต้องรู้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น มีลักษณะเป็นข้าวปั้นกลมและรี มีเนื้อสัตว์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเนื้อสัตว์ทะเลวางอยู่บนข้าว ทานกับโชยุหรือซิ๊วญี่ปุ่นและวาซาบิ ซูชิเพียงหนึ่งคำนี้ทำให้เกิดความสนใจมากมายในการท่องเที่ยวเช่น แหล่งปลูกข้าว ตลาดปลา โรงงานโชยุ และไร่วาซาบิ เหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะวาซาบิ เป็นผักที่มีรูปร่างประหลาดคล้ายกับตระกูลขิงข่า และที่สำคัญยังมีรสชาติที่เผ็ดแสบทานแล้วจะรู้สึกเผ็ดจนน้ำตาไหล พืชชนิดนี้ต้องปลูกในดินปนหิน และมีระบบน้ำที่ไหลเวียนตลอดเวลา เนื่องจากเป็นพืชประเภทเหง้าจึงต้องปลูกในสภาพอากาศที่ไม่เป็นพิษ ดังนั้นสถานที่สำหรับปลูกวาซาบิ จึงเป็นแหล่งที่มีอากาศสดชื่น เป็นที่ต้องตาต้องใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติยิ่งนัก

ใครที่เคยลิ้มรสไข่ปลาคาเวียร์จะรู้ดีว่ามีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และยังมีราคาแพง ไข่ปลาคาเวียร์นี้มาจากปลาสเตอร์เจียน ซึ่งการเพาะเลี้ยงปลาสเตอร์เจียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้น้ำจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ และต้องอยู่ในแหล่งที่ไม่มีมลพิษ ซึ่งสถานที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดและเลี้ยงปลาชนิดนี้ที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ประเทศรัสเซีย นอกจากจะเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลาแล้ว ยังเป็นเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมศึกษาวิธีการเพาะเลี้ยงและสัมผัสกับธรรมชาติที่ยังมีอยู่อย่างสมบูรณ์

หลายคนชอบการกินและยิ่งไปกว่านั้นการได้เรียนรู้วัฒนธรรมการกินของประเทศอื่น ๆ จะเป็นการต่อเติมความรู้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้การศึกษาหรือไปเยี่ยมชมในแหล่งกำเนิดของอาหารประเทศนั้น ๆ ยังเป็นการได้เปิดหูเปิดตาและเปิดโลกให้กว้างออกไปได้ไกลอีกด้วย เพราะความอยากรู้อยากเห็นจากการได้ลิ้มลองอาหารต่างชาติ เปรียบเสมือนการได้ซึมซับเอาความรู้สึกของคนในชาตินั้น ๆ มาด้วย ถือว่าอาหารเป็นทูตแห่งการท่องเที่ยวได้อย่างแท้จริง

 

แจกสูตร 4 อาหารตามรอยออเจ้าในบุพเพสันนิวาส

                ถึงแม้ละครจะจบกันไปแล้ว แต่ความประทับใจและควันหลงของละครบุพเพสันนิวาสที่ดังกระหึ่มไปทั่วบ้านทั่วเมือ งจนทำให้กระแสการแต่งชุดไทย เที่ยววัดไทย และรับประทานอาหารไทย ได้รับความนิยมกันเป็นอย่างมาก วันนี้เราจึงจะมาขอตามรอยเรื่องของอาหาร จากบุพเพสันนิวาส นำสูตรอาหารไทย 5 อย่างมาบอกกัน ชนิดที่เรียกว่าหาวัตถุดิบและทำกันเองได้ที่บ้านได้เลย ไม่ได้ยากเย็นหรือเกินความสามารถของพ่อบ้านแม่บ้านทั้งหลายแต่อย่างใด

  1. น้ำปลาหวาน มาเริ่มต้นที่น้ำปลาหวานกันก่อน หลังจากละครออนแอร์ไป เรียกได้ว่าน้ำปลาหวานขาดตลาดกันไปเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ต้องกังวลเพราะการทำน้ำปลาหวานนั้น ทุกคนก็สามารถทำเองได้ด้วยการนำกุ้งแห้งมาโขลกให้เนื้อฟู แล้วนำน้ำตาลปี๊บใส่หม้อ ตั้งไฟ หลังจากนั้นก็ละลายกะปิและใส่น้ำปลาลงไปในหม้อ เคี่ยวจนเดือด หลังจากนั้นก็ใส่พริก กุ้งแห้ง หัวหอม ลงไปในหม้อ ใส่น้ำเพิ่มลงไปนิดหน่อย แล้วเคี่ยวต่อจนได้ที่ แค่นี้ก็จะได้น้ำปลาหวานไว้รับประทานกับมะม่วงหรือจะรับประทานกับผลไม้ชนิดอื่นก็ได้ตามชอบ
  2. น้ำจิ้มซีฟู้ด ทำได้ง่าย ๆ ไม่ยากไม่ว่าจะรับประทานกับกุ้งเผา ปลาย่าง ปลาหมึก หอย หรืออาหารทะเลอื่น ๆ เพียงแค่ใส่พริกขี้หนู กระเทียมลงไปในครก ตำให้ละเอียด หลังจากนั้นก็ใส่น้ำตาลปี๊บลงไป แล้วขยี้ให้น้ำตาลปี๊บละลาย หลังจากนั้นก็บีบน้ำมะนาวใส่ลงไป ตามด้วยเกลือนิดหน่อย หากใครชอบรสไหนนำก็ปรุงเพิ่มได้ตามใจชอบ
  3. หมูโสร่ง ถึงแม้ชื่อจะดูยากแต่วิธีการทำไม่ได้ยาก วัตถุดิบที่ต้องเตรียมไว้ก็คือหมูสับและเส้นหมี่ซั่ว ส่วนวิธีการทำก็ให้นำเอาผักชี กระเทียมและพริกไทย มาโขลกรวมกันให้ละเอียด แล้วนำมาหมักกับหมู ตอกไข่ใส่ลงไป ใส่น้ำปลา และซอสปรุงรส คลุกเคล้าให้เข้ากันทิ้งไว้ 30 นาที หลังจากนั้นก็นำเส้นหมี่ซั่วที่แช่น้ำเอาไว้แล้วผึ่งให้แห้งแล้วมาห่อหมูปั้นเป็นคำ ๆ แล้วนำไปทอดไฟกลางจนพอเหลือง
  4. หลนเต้าเจี้ยวหมูสับ เริ่มด้วยการหั่นหอมแดง ตะไคร้ พริกหยวกเป็นชิ้นบาง ๆ หลังจากนั้นก็มาตำเนื้อเต้าเจี้ยวให้ละเอียดแล้วใส่เนื้อหมูลงไปคลุกให้เป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากนั้นนำกะทิไปเคี่ยวไฟอ่อนพอแตกมัน แล้วนำเอาเนื้อหมูกับเต้าเจี้ยวไปรวนกับกะทิจนเนื้อหมูเริ่มสุก แล้วเติมน้ำเปล่าลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำมะขามเปียก ใส่น้ำเต้าเจี้ยวลงไปเพิ่ม เมื่อได้รสชาติแล้วก็นำเอาผักที่หั่นไว้ใส่ลงไปรอดเดือด

                เห็นแล้วใช่ไหมว่าอาหารไทยทั้ง 4 ชนิดที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ เป็นอาหารที่สามารถหาวัตถุดิบและสามารถปรุงรับประทานกันเองได้ที่บ้าน โดยไม่ได้ยุ่งยากแต่อย่างไร เพราะฉะนั้นใครอยากจะใช้เสน่ห์ปลายจวักมัดใจคุณพ่อบ้านอย่างแม่การะเกด ก็ลองเอาสูตรเหล่านี้ไปลองทำรับประทานกันดู รับรองจะต้องติดใจ

โรคอ้วน ภัยร้ายใกล้ตัวคนไทย

                ปัจจุบันโรคอ้วนเป็นสถานการณ์ที่ทั่วโลกกำลังเป็นห่วงโดยเฉพาะโรคอ้วนในเด็ก ซึ่งล่าสุดยูเอ็นได้มีการออกมาเตือนถึงวิกฤตของโรคอ้วนในกลุ่มเด็กประเทศเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากพบว่าอัตราโรคอ้วนในเด็กกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงค์โปร์ จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีน้ำหนักเกินมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเด็กที่มีน้ำหนักเกินจะมีความเสี่ยงกว่าที่จะเป็นโรคเบาหวาน และความดันสูงได้มากกว่าผู้ใหญ่

มารู้จักกับโรคอ้วน

                โรคอ้วน เป็นสภาวะทางการแพทย์ที่มีการสะสมของไขมันมาก จนทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งการจะทราบว่าใครเป็นโรคอ้วน ทำได้โดยการคำนวณดัชนีมวลกาย โดยการเอาน้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง คนที่มีดัชนีมวลกายเกิน 30 กิโลกรัมต่อตารางเมตร จะถือว่าเป็นโรคอ้วน และในช่วง 25-30 กิโลกรัมจะถือว่าเป็นส่วนของน้ำหนักเกิน โดยโรคอ้วนนั้น มีสาเหตุมาจากหลายประการ ได้แก่ กรรมพันธุ์ นิสัยการรับประทานอาหารที่มากเกินพอดี สภาพอารมณ์ จิตใจ การไม่ออกกำลังกาย กระบวนการทางเคมีของร่างกาย โรคบางชนิด การใช้ยา รวมถึงยังพบว่าผู้หญิงเป็นเพศที่อ้วนได้ง่ายกว่าผู้ชาย ซึ่งโรคอ้วนนำมาซึ่งอาการป่วยได้หลายอย่าง ได้แก่ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็งบางชนิด และโรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่จัดเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ

คนไทยเป็นโรคอ้วนมากเป็นอันดับต้น ๆ ของอาเซียน

                ไม่เพียงแต่เด็กไทยอายุระหว่าง 1-5 ปี และ 6-14 ปี เท่านั้นที่พบว่ามีอัตราภาวะน้ำหนักเกินขยายตัวสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ยังมีรายงานว่าคนไทยมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในรอบ 2 ทศวรรษ ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเรื้อรังต่าง ๆ และคนกรุงเทพฯ อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากกว่าคนต่างจังหวัด เนื่องด้วยปัจจัยหลาย ๆ ด้าน อาทิเช่น พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างเช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด น้ำอัดลม ด้วยวิถีการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบ สิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี ทำให้เวลาสำหรับการออกกำลังกายลดลง หรือไม่มีเวลาสำหรับการออกกำลังกายเลย ทำให้เป็นที่มาของภาวะโรคอ้วนที่นำไปสู่โรคและความเจ็บป่วยอื่น ๆ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคซึมเศร้า ภาวะหายใจขณะหลับ โรคตับ โรคมะเร็ง และโรคที่เกี่ยวกับถุงน้ำดีก่อนวัยอันควร

                การรักษาสุขภาพโดยเฉพาะการให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของอาหารการกินเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก ซึ่งผู้ปกครองต้องดูแลในเรื่องของการรับประทานอาหาร การออกกำลังกายไปจนถึงการพักผ่อนให้เป็นไปตามวัย เนื่องจากหากมีปัญหาโรคอ้วนตั้งแต่เด็กแล้ว ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่าง ๆ จะมีอัตราสูงกว่าผู้ใหญ่เสียอีก