Tag: ญี่ปุ่น

“อ่านอย่างไรให้เกิน 8 บรรทัด” การสร้างวัฒนธรรมการอ่านแบบญี่ปุ่น

เราคงคุ้นเคยกับคำล้อเลียนที่ติดหู ที่ว่า “คนไทยอ่านหนังสือไม่เกินแปดบรรทัด” ซึ่งคำล้อเลียนดังกล่าวก็มาจากผลสำรวจที่ระบุว่า คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยไม่เกิน 8 บรรทัดต่อปี นั่นหมายถึงว่าเป็นเรื่องตลกร้ายที่เราอาจจะคิดว่าล้อกันขำ ๆ แต่ความเป็นจริงแล้วน่าเป็นกังวลอย่างมาก เนื่องจากการอ่านถือเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับเด็กและเยาวชนไทย ซึ่งหากเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นแล้วก็จะเห็นความแตกต่างในเรื่องสถิติการอ่านหนังสือกันได้ชัดเจนมาก เพราะคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการอ่าน และสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้กับเด็ก ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่เราจะนำมาเป็นแนวทางว่า การสร้างวัฒนธรรมการอ่านแบบญี่ปุ่นนั้น เป็นอย่างไร

การสร้างวัฒนธรรมธรรมการอ่านในประเทศญี่ปุ่น

                ญี่ปุ่นถือเป็นอีกประเทศหนึ่งในเอเชีย ที่ประชาชนส่วนใหญ่ชื่นชอบและหลงใหล การอ่านหนังสือมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือการ์ตูน ที่เราจะพบในรูปแบบของอนิเมะ ไปจนถึงหนังสือประเภทต่าง ๆ ซึ่งส่วนที่สำคัญก็มาจากการที่ญี่ปุ่นนั้นได้สร้างวัฒนธรรมการอ่านที่หยั่งลึก จนกลายเป็นนิสัยรักการอ่านตั้งแต่เด็กจนโต ซึ่งทุกฝ่ายต่างให้ความสำคัญในเรื่องการอ่านอย่างมาก ทั้งสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา และสถาบันทางสังคมอื่น ๆ โดยเริ่มจากจัดให้มีห้องสมุดประชาชนที่ทันสมัยและหนังสือหลากหลายชนิด ซึ่งห้องสมุดแต่ละที่เป็นสถานที่สามารถไปถึงได้ง่ายและสะดวก มีบริการให้ยืมหนังสือต่อคนได้หลายเล่ม นอกจากนี้ทุกอาทิตย์ห้องสมุดจะมีกิจกรรมการอ่านหนังสือให้เด็ก ๆ ฟัง นอกจากนี้การสร้างนิสัยรักการอ่านก็เกิดจากการหมั่นสร้างความใกล้ชิดระหว่างหนังสือกับเด็กทั้งโดยที่บ้านและโรงเรียน ซึ่งคุณแม่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่แนะนำให้เด็กเล็กก่อนวัยประถมเล่นเกม ดังนั้นเวลาว่างจากการเล่นหรือกิจกรรมอื่น คือ การอ่านหนังสือ เช่นเดียวกันกับที่โรงเรียนอนุบาลหรือสถานที่รับเลี้ยงเด็ก ที่คุณครูมักใช้เวลาว่างก่อนเข้าเรียนในตอนเช้าหรือเสร็จจากกิจกรรมในแต่ละวันอ่านนิทานให้เด็ก ๆ ฟัง

บริษัทผลิตหนังสือ กับการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวัฒนธรรมรักการอ่าน

บริษัทผลิตหนังสือยังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการอ่านให้กับเด็ก ๆ อีกปัจจัยสำคัญที่ผู้เขียนคิดว่ามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กอยากอ่านหนังสือ คือ คุณภาพการพิมพ์ เช่น หนังสือที่มีรูปภาพสีสันสวยงาม มีกระดาษที่ดี มีการนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ในหนังสือในแนวที่น่าสนใจติดตามซึ่งดึงดูดให้เด็กอยากจับหนังสือขึ้นมาอ่าน ทั้งนี้ราคาหนังสือส่วนใหญ่ไม่แพงมากนัก ทำให้ผู้ปกครองมีกำลังซื้อหนังสือเพื่อให้ลูกอ่านได้เต็มที่ นอกจากนี้โรงเรียนมักให้ความร่วมมือกับบริษัทผลิตหนังสือในการสั่งซื้อหนังสือรายเดือนที่บริษัทหนังสือนำมาจัดส่งถึงโรงเรียน

จะเห็นได้ว่า การสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้กับเด็กและเยาวชนในประเทศญี่ปุ่นนั้น จำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปลูกฝังค่านิยมการอ่านโดยเริ่มจากที่บ้าน และพ่อแม่ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการฝึก และส่งเสริมให้เด็กอ่านหนังสือตามความเหมาะสมของแต่ละช่วงวัย นอกจากนี้ยังมี โรงเรียน ชุมชน และแม้กระทั่งองค์กรเอกชนที่ช่วยกันปลูกปั้นให้เด็กและเยาวชนในประเทศรักและหลงใหลในการอ่าน ไม่ปิดกั้นทางความคิดเกี่ยวกับรสนิยมในการอ่านหนังสือ จึงไม่แปลกใจที่เด็กญี่ปุ่นส่วนใหญ่ชื่นชอบและหลงรักการอ่านหนังสือ จากความชื่นชอบก็กลายเป็นทักษะสำคัญที่สามารถนำไปใช้ในการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต

วัฒนธรรมการ “ขอโทษ” ของคนญี่ปุ่นนั้นสำคัญไฉน

                การขอโทษเป็นสิ่งที่ต้องทำเมื่อรู้ว่าตนทำผิด เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความรู้สึกของผู้เสียหายและเป็นการแสดงออกถึงความสำนึกในการทำผิดของตน ญี่ปุ่นเป็นชาติที่เรามักจะเห็นอยู่บ่อยครั้งในเรื่องของการออกมาขอโทษต่อสาธารณชน ถึงแม้ว่าบางเรื่องนั้นจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม การแสดงออกเช่นนี้ทำให้ผู้กระทำผิดสามารถใช้ชีวิตต่อไปในสังคมได้อย่างสบายใจและไม่รู้สึกติดค้าง

แถลงการณ์ขอโทษของบริษัทใหญ่ในญี่ปุ่น

                หลายครั้งที่บริษัทต่าง ๆ ในญี่ปุ่นจัดแถลงการณ์ใหญ่โต แต่มิได้เพื่อการประชาสัมพันธ์ทางธุรกิจแต่อย่างใด ทั้งหมดนั้นก็เพื่อการขอโทษและแสดงความสำนึกผิดต่อหน้าประชาชน ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2018 ที่ผ่านมา การประปาของเมืองโกเบได้ออกมาแถลงข่าวขอโทษต่อประชาชน เนื่องจากพนักงานวัย 64 ปี ได้ใช้เวลา 3 นาที ของเวลาการทำงานออกไปข้างนอก เพื่อซื้อข้าวกล่องที่ร้านใกล้เคียงรวมทั้งหมด 26 ครั้ง ทำให้ผู้บริหารระดับสูงของการประปาต้องออกมาแถลงการณ์ขอโทษต่อประชาชนยกใหญ่ พร้อมโค้งคำนับต่ำเพื่อแสดงความสำนึกผิด นอกจากนี้ยังทำการลงโทษต่อพนักงานต้นเรื่องด้วยการลดเงินเดือนลงครึ่งหนึ่ง

นอกจากนี้ในเดือนพฤษภาคม บริษัท เวสต์ เจแปน เรลเวย์ หรือ เจอาร์ เวสต์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟในภูมิภาคตะวันตกของญี่ปุ่น ได้ออกมาแถลงการณ์ขอโทษผู้โดยสาร เนื่องจากปล่อยให้รถไฟออกมาก่อนกำหนด 25 วินาที สำหรับผู้บริหารแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้ จึงออกแถลงการณ์ขอโทษต่อประชาชนผู้ใช้บริการอย่างเร่งด่วน ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ก็ได้เกิดขึ้นกับบริษัท สึกุบะ เอ็กซ์เพรส ผู้รับผิดชอบการเดินรถไฟในกรุงโตเกียวกับย่านปริมณฑลทางตอนเหนือ ซึ่งรถไฟขบวนเช้าของวันที่ 14 พฤศจิกายน ออกจากสถานี มินามิ นากาเรยามะ เร็วกว่ากำหนดเวลาที่แจ้งไว้ 20 วินาที

ความไม่ตรงต่อเวลาแม้เพียงเสี้ยววินาทีเช่นนี้อาจทำให้ระบบต่าง ๆ ของการเดินรถไฟเกิดความผิดพลาด และอาจทำให้ผู้โดยสารไม่สามารถไปถึงที่หมายได้ตรงตามเวลาที่กำหนด เป็นผลให้ทางบริษัทเดินรถไฟรู้สึกผิดและออกมาแถลงข่าวขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชนกันยกใหญ่

คนดังญี่ปุ่นออกแถลงการณ์ขอโทษ

                นอกจากบริษัทใหญ่จะออกมาขอโทษต่อประชาชนในเรื่องความผิดพลาดของการทำงานแล้ว คนดังหลายคนในญี่ปุ่นก็ได้ออกแถลงการณ์เพื่อขอโทษต่อพฤติกรรมฉาวของตนเช่นกัน ล่าสุดสมาชิกจากวงบอยแบนด์ชื่อดังในญี่ปุ่น ทัตสุยะ ยามางุจิ ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษพร้อมหลั่งน้ำตา กรณีล่อลวงเด็กสาววัย 16 ปี ไปที่บ้านของตน พร้อมทำการล่วงเกิน โดยเจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศแต่อย่างใด ทางครอบครัวของเด็กสาวยอมรับคำขอโทษและไม่เอาผิดกับเขา แต่ถึงกระนั้นทางบริษัทเพลงต้นสังกัดก็ได้สั่งยุติบทบาทการเป็นสมาชิกของวงเรียบร้อยแล้ว

ญี่ปุ่นเป็นชาติที่ทั่วโลกรับรู้ว่าประชากรมีวินัยสูง ประชาชนทุกคนถูกฝึกเรื่องวินัยและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นตั้งแต่เด็ก ดังนั้นการขอโทษจึงเป็นสิ่งสำคัญเมื่อกระทำผิด ซึ่งการแสดงความสำนึกผิดและความรู้สึกเสียใจต่อพฤติกรรมไม่ดีของตน เป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นยอมรับและเป็นการแสดงออก เพื่อรอรับการพิจารณาว่าควรจะได้รับการอภัยหรือไม่ กระบวนการสั่งสอนทางจิตวิทยาเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ในเอเชีย และเป็นที่น่าเอาเยี่ยงอย่างของพลเมืองโลก