หลังจากเป็นข่าวคราวใหญ่โต เนื่องจากมีข้อมูลว่าบริษัทที่ปรึกษาของประเทศอังกฤษ ที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางด้านการเมืองให้ประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ ได้ลักลอบนำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการเฟสบุ๊คไปใช้ประโยชน์ เพื่อช่วยสนับสนุนให้ประธานาธิบดีทรัมป์ สามารถเอาชนะการเข้าชิงเลือกตั้งได้ในปี 2016 ซึ่งในกรณีนี้มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเฟสบุ๊ค ก็ได้ออกมายอมรับและขอโทษ ที่เขาปล่อยให้มีการนำเอาข้อมูลของส่วนตัวของผู้ใช้บริการไปใช้อย่างไม่เหมาะสม

มาร์ค ขอโทษ ข้อมูลรั่วไหลเป็นความผิดพลาด

                หลังจากข่าวคราวนี้ออกมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ซีอีโอของเฟสบุ๊คอย่างมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กก็ได้ออกมาแสดงสปิริตความรับผิดชอบ ด้วยการลงขอโทษในหนังสือพิมพ์ใหญ่ 9 ฉบับของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ซึ่งงานนี้มาร์คถึงขั้นลงทุนซื้อพื้นที่โฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ เพื่อกู้ชื่อเสียงของโซเชียลมีเดียอันดับ 1 ของโลกกลับมาอีกครั้ง

การสอบสวนซีอีโอเฟสบุ๊คของสภาคองเกรส

                ล่าสุดสภาคองเกรสได้มีการเรียกตัวซัคเคอร์เบิร์กไปสอบสวนเกี่ยวกับคดีอื้อฉาวที่บริษัท Cambridge Analytical ได้นำเอาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานเฟสบุ๊คไปใช้ในทางมิชอบ ซึ่งมาร์คได้ตอบคำถามและได้ชี้แจงให้สภาได้ทราบว่า เฟสบุ๊คและตัวเขาเองซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง ได้ยอมรับความผิดพลาดที่ทำงานอย่างไม่มีความรอบคอบพอ ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ และบริษัท Cambridge Analytical ได้เคยบอกกับทางเฟสบุ๊คว่า ไม่ได้นำเอาข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ และได้ลบข้อมูลออกไปแล้ว ซึ่งก็ถือเป็นความผิดพลาดของเฟสบุ๊คเองเช่นเดียวกัน ซึ่งทางเฟสบุ๊คเองกำลังดำเนินการแก้ไขรูปแบบของระบบ และตรวจสอบทุกแอปพลิเคชันที่เข้าถึงข้อมูลของเฟสบุ๊คแบบไม่ถูกต้อง และจะทำการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้ และมาร์คเองยังได้บอกด้วยว่า ผู้ใช้เฟสบุ๊คส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านข้อกำหนดในการใช้บริการก่อนจะสมัคร

ความเกี่ยวข้องกับรัสเซีย

                ไม่เพียงแต่กรณีที่มีข้อมูลรั่วไหล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการนำไปใช้เพื่อการเลือกตั้งของประธานาธิบดีทรัมป์เท่านั้น แต่กรณีนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงการสืบสวนในกรณีที่ได้มีการตั้งข้อหาชาวรัสเซีย และบริษัทสัญชาติรัสเซีย ซึ่งได้มีถูกตั้งข้อหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย รวมถึงยังมีเป้าหมายสร้างความแตกแยกในอเมริกันชน ซึ่งในกรณีนี้ทางเฟสบุ๊คก็ได้ยอมรับว่า มีคนในรัสเซียพยายามหาทางใช้ประโยชน์จากเฟสบุ๊ค รวมถึงระบบอื่น ๆ ซึ่งทางเฟสบุ๊คเองกำลังลงทุนพัฒนาระบบความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้น               

อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ใช้บริการเฟสบุ๊คทุกคน ก็คงจะต้องติดตามความคืบหน้าในความผิดพลาดของเฟสบุ๊คในครั้งนี้ต่อไป ว่าโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะมีการพัฒนาและปรับปรุงเรื่องของระบบความปลอดภัย เพื่อให้ผู้ใช้และทุกหน่วยงาน ไปจนถึงรัฐบาลของแต่ละประเทศ ให้กลับมามีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการให้บริการของเฟสบุ๊คได้หรือไม่