เป็นที่ฮือฮากันอย่างมาก เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ามีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมายในการรับรองการปลูก จำหน่าย และเสพกัญชา “เพื่อการสันทนาการ” โดยมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้วในเมืองเซนต์จอห์น ประเทศแคนาดา

จากกระแสข่าวดังกล่าว ทำให้คนทั่วโลกให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในประเทศไทยก็ให้ความสนใจกับข่าวนี้เช่นเดียวกัน จะเห็นจากการแชร์ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และหากพูดถึงกฎหมายเรื่องการอนุญาตใช้กัญชาแบบถูกกฎหมาย นับว่าเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันมายาวนาน และมีกระแสข่าวออกมาโดยตลอด เพราะในบางประเทศมีการเปิดเสรีให้สามารถซื้อขายกัญชาได้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย กัญชายังถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย จึงเป็นที่น่าสนใจว่า แล้วมีประเทศใดบ้างล่ะ ที่อนุญาตให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย และประเทศเหล่านี้ได้อะไรจากการเปิดเสรีกัญชา

กัญชา พืชมหัศจรรย์ ที่หลายประเทศต่างให้ความสนใจ

กัญชาอาจเป็นพืชต้องห้ามในหลายประเทศ แต่สำหรับบางประเทศแล้ว กัญชานับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้กับประเทศได้อย่างมหาศาล และกลายเป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เริ่มจากสหรัฐอเมริกาที่ได้ประกาศให้การเสพกัญชาเพื่อ “ความบันเทิง” กลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย และอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการ ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในวงการธุรกิจบันเทิงอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีอีก 29 รัฐที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ ถึงแม้ว่ากฎหมายระดับประเทศ (Federal Law) ยังคงห้ามอยู่ก็ตาม

นอกจากนี้ ยิ่งเป็นที่น่าจับตามองมากขึ้น เมื่อไม่นานมานี้ แคนาดาทำให้กัญชากลายเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ทำรายได้ให้ประเทศมหาศาล ซึ่งล่าสุดได้มีการประกาศให้ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการได้ รวมถึงเนเธอร์แลนด์ และสเปน ที่ใช้กัญชาเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก  เรียกได้ว่าการเปิดเสรีตลาดกัญชาได้รับเสียงตอบรับอย่างมาก และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้น แม้กระทั่งประเทศอุรุกวัย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการใช้สารเสพติด และอาชญากรรมมากเป็นอันดับต้น ๆ ก็ยังมีการสนับสนุนและเป็นผู้บุกเบิกตลาดกัญชาอย่างถูกกฎหมาย เพื่อลดปัญหาดังกล่าวลง และในขณะนี้ประเทศที่น่าจับตามองในการเปิดตลาดการค้ากัญชาแห่งใหม่ของโลกนั่นก็คือ ออสเตรเลีย ที่คาดว่าจะมีการเปิดตลาดการค้าส่งออกกัญชาเพื่อการเเพทย์ จะเห็นได้ว่าในประเทศเหล่านี้ รวมถึงอีกหลาย ๆ ประเทศกำลังมองว่าธุรกิจกัญชากำลังจะเติบโต ถึงแม้ว่ากัญชายังเป็นสิ่งต้องห้ามในบางประเทศก็ตาม

ทำไมกัญชาจึงยังเป็นสิ่งต้องห้าม ในหลายประเทศ

ในหลายประเทศกัญชายังคงเป็นสิ่งต้องห้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย หากพูดถึงกัญชา เรามักจะนึกถึงสารเสพติดร้ายแรง เนื่องจากกฎหมายไทยยังไม่อนุญาตให้ใช้กัญชาได้อย่างถูกต้อง อนุญาตให้ครอบครองได้ในกรณีเพื่อศึกษาและวิจัยเท่านั้น ถึงแม้จะมีผู้ลักลอบขายหรือเสพอยู่ก็ตาม และถึงแม้ว่าข้อมูลการวิจัยจากต่างประเทศจะระบุว่าการใช้กัญชานั้น มีผลทำให้ผู้เสพมีอาการเสพติดได้น้อยกว่าสารเสพติดอื่น ๆ และการใช้กัญชาในปริมาณมาก ๆ ยังห่างไกลจากอันตรายถึงชีวิตเมื่อเทียบกับ เฮโรอีน โคเคน ยาบ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาพลักษณ์ของคนติดกัญชา มักจะถูกมองในด้านลบ สังคมไม่ค่อยให้การยอมรับ ไม่ว่าเป็นเป็นรูปร่างผอมแห้งแรงน้อย ตาไม่ค่อยสู้แสงจนต้องสวมแว่นกันแดด หรือภาพลักษณ์แย่ ๆ อื่น ๆ

ถึงแม้ว่าผลการวิจัยส่วนใหญ่จะระบุว่ากัญชาก็คล้ายกับเหล้า บุหรี่ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรืออาจกล่าวได้ว่ากัญชามีอันตรายน้อยกว่า และยังเป็นยารักษาโรคที่ดี โดยเฉพาะโรคมะเร็ง แต่ความเชื่อ หรือทัศนคติของคนในสังคมไทย ก็ยังไม่เปิดรับมากนัก ซึ่งส่วนหนึ่งก็อาจจะเห็นว่า หากมีการประกาศให้กัญชาเป็นสินค้าที่ถูกกฎหมายก็ดูจะเป็นการเปิดโอกาสให้คนในประเทศเสพสิ่งเหล่านี้มากขึ้น ไม่ใช่แค่เหล้า บุหรี่ที่มีอยู่ทั่วไป และปฏิเสธไม่ได้ว่ากฎหมายบ้านเรายังมีช่องโหว่ที่เอื้อต่อการหาผลประโยชน์ในด้านนี้อยู่มาก นอกจากนี้คนในประเทศยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกัญชา รวมถึงยังขาดระเบียบวินัย จึงอาจกล่าวได้ว่าในตอนนี้อาจยังไม่ถึงเวลาที่ประเทศไทยจะอนุญาตให้การใช้กัญชาเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย