Category: เศรษฐกิจ

หลากเรื่องควรรู้ สำหรับสถานประกอบการ เปิดเพลงอย่างไร ไม่ให้เสี่ยงข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์

จากกระแสข่าวบนสื่อสังคมออนไลน์ ที่เกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกตื่นตัวกับเรื่องดังกล่าวไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านค้า ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือ แม้กระทั่งร้านคาราโอเกะ เหตุที่ทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลเนื่องจากว่า มีร้านอาหารแห่งหนึ่งได้เปิดเพลงบนยูทูป แล้วถูกเจ้าหน้าที่ของค่ายเพลงชื่อดัง ดำเนินการแจ้งจับในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ซึ่งเมื่อข่าวนี้ปรากฏ หลายคนก็ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์กันในหลายมุมทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และแน่นอนว่าแม้บางคนจะไม่เห็นด้วยกับฝ่ายค่ายเพลงในกรณีดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อข้อกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน ทางผู้ประกอบการเองก็อาจจะต้องระมัดระวังมากขึ้น ในการเปิดเพลงในสถานประกอบการของตนด้วย

ทำไมต้องมีการตรวจสอบการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง?

การเปิดเพลงถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าในกลุ่มธุรกิจบันเทิงต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านอาหาร และสถานบันเทิงต่าง ๆ ที่เปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์  แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากเพลงนั้น ถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีผู้สร้างสรรค์ผลงาน หรือเป็นเจ้าของผลงาน ฉะนั้นจึงเกิดข้อกฎหมายเกี่ยวกับการตรวจสอบเพื่อป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และทำให้ค่ายเพลงดังหลายค่ายตระหนักถึงเรื่องนี้ และพยายามผลักดันให้เพลงทุก ๆ เพลงมีลิขสิทธิ์เฉพาะที่ไม่ใช่ใครก็ได้จะสามารถนำไปร้อง หรือนำไปหาผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์  ดังนั้นการที่ผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านคาราโอเกะ หรือแม้กระทั่งสถานบันเทิงต่าง ๆ จะต้องหันมาตระหนัก และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับข้อกฎหมายเหล่านี้ รวมถึงวิธีการดำเนินกิจการนั้น ๆ เพื่อไม่ให้โดนข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์เพลง

“รู้ไว้  ใช่ว่า”  ก่อนจะโดนข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์

การป้องกัน หรือระวังเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงนั้น ในความจริงแล้วทำได้ไม่ยาก เช่น ผู้ประกอบการอาจเลือกเปิดเฉพาะเพลงที่ศิลปินบางรายและบางค่ายเพลงประกาศออกมาแล้วว่า ให้ผู้ประกอบการนำเพลงไปเปิดในร้านได้เลย โดยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ หรือ เปิดเพลงเก่ามากที่หมดลิขสิทธิ์ไปแล้ว เช่น เพลงที่เป็นสแตนดาร์ดแจ๊สเก่า ๆ ซึ่งเพลงเหล่านี้สามารถนำมาสร้างเพลย์ลิสต์ ของเราเองในยูทูป ได้ โดยไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่อาจจะต้องต้องตรวจสอบให้ดีว่าเวอร์ชั่นที่นำมาใช้ต้องเป็นของต้นฉบับจริง ๆ

นอกจากวิธีที่กล่าวมาแล้ว ผู้ประกอบการบางรายอาจมีความจำเป็นที่จะต้องเปิดเพลงที่กำลังเป็นกระแส และเป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่นในยุคนี้ การเปิดเพลงเก่า ๆ อาจจะไม่ตอบโจทย์ ดังนั้นเราสามารถขออนุญาตใช้เพลงให้ถูกต้อง เนื่องจากลิขสิทธิ์ในประเทศไทยมีหลายค่ายที่มีให้บริการซื้อเพลย์ลิสต์ที่ชอบได้ สามารถจัดให้เป็นชุดและเปิดได้ตลอด 24 ชม. หากผ่านขั้นตอนอย่างถูกต้อง แต่ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับการซื้อลิขสิทธิ์เพลงดังกล่าวตามความเหมาะสม และข้อกำหนดของแต่ละค่ายเพลง ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถดำเนินธุรกิจดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง ไม่ต้องกังวลกับการตรวจสอบการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง

พิษเศรษฐกิจขาลง บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกสั่งลดพนักงาน

                มหาวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ เป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ ซึ่งเป็นยุคของความตกต่ำทางเศรษฐกิจในฝั่งอเมริกา ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกเกิดการผันผวนและไม่คงที่ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ราคาทอง หรือแม้กระทั่งราคาหุ้น ก็เปลี่ยนแปลงไปจนอยู่ในจุดต่ำสุด เป็นผลให้การดำเนินการทางเศรษฐกิจทั่วโลกนั้นต้องชะงัก เมืองไทยเองก็มีเหตุการณ์วิกฤตอย่างนี้เช่นกัน คือเศรษฐกิจต่ำสุดในยุคต้มยำกุ้ง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วง พ.ศ. 2540 และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทุกรายอย่างทั่วถึง ธุรกิจหลายประเภทที่ต้านทานไม่ไหว จึงต้องปิดตัวลง พนักงานหลายแสนคนกลายเป็นคนว่างงานในทันที

เมื่อบริษัทต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของต้นทุน การลดจำนวนพนักงานจึงเป็นทางเลือกแรกที่ผู้ประกอบการจะคำนึงถึง เนื่องจากการเลิกจ้างนั้นทำได้โดยไม่ต้องใช้เวลามากนัก เพียงเสนอเงินเลิกจ้างซึ่งต้องเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่ายระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง จากนั้นก็ดำเนินการตามกฎหมายแรงงาน เพียงเท่านี้ก็สามารถยกเลิกการจ้างงานซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้

บริษัทต่างประเทศสั่งลดพนักงาน

การปรับโครงสร้างองค์กรนั้นเป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้บริษัทสั่งลดพนักงาน อย่างเช่นในฝั่งอังกฤษ ก็คือบริษัท โรส์ รอยซ์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตอะไหล่เครื่องบินรายใหญ่ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2018 ที่ผ่านมาว่า ต้องการปลดพนักงานจำนวน 4,600 คน เพื่อลดค่าใช้จ่ายรายปีกว่า 400 ล้านปอนด์ (ราว ๆ 17,200 ล้านบาท) ทางฝั่งออสเตรเลียก็ไม่น้อยหน้าซึ่งบริษัท เทลสตรา ยักษ์ใหญ่ในด้านการคมนาคม ได้สั่งปลดพนักงานจำนวน 8,000 ตำแหน่งในเดือนเดียวกันนี้ โดยระบุว่าต้องการแรงงานที่มีขนาดเล็กลงแต่คงด้วยคุณภาพ ดังนั้นจำเป็นต้องยุบบางตำแหน่งที่ไม่สำคัญออก เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานซ้ำซ้อน นอกจากการปรับโครงสร้างองค์กรแล้ว ความซบเซาของธุรกิจยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัทจำเป็นต้องสั่งลดพนักงาน ดังเช่น ดอยซ์แบงก์ เอจี (Deutsche Bank) ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ของเยอรมนีก็สั่งปลดพนักงานกว่า 7,000 ตำแหน่ง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลดต้นทุน เป็นผลมาจากความซบเซาทางเศรษฐกิจ

จะเห็นว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจกันทั่วหน้า ซึ่งส่งผลต่อแรงงานที่ไม่มีความจำเป็น โดยเฉพาะแรงงานที่สามารถทดแทนได้ด้วยเครื่องจักร ทำให้เกิดการสั่งปลดพนักงานจำนวนกว่าหมื่นตำแหน่ง

บริษัทไทยสั่งลดพนักงาน

                สำหรับประเทศไทยเองก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เพราะหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ออกแถลงการณ์สั่งปลดพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายรายปี หนึ่งในนั้นคือสถาบัณการเงินรายใหญ่ที่มีประวัติมายาวนานอย่างธนาคารไทยพาณิชย์ ก็ได้สั่งลดพนักงานลงกว่า 12,000 คน ภายใน 3 ปี และลดสาขาลงกว่า 700 สาขา เพื่อตอบรับการทำงานในยุคดิจิตอลที่ความสำคัญของพนักงานนั้นลดลงตามลำดับ นอกจากนี้ ดีแทค ผู้เป็นหนึ่งในบริษัทรายใหญ่ทางด้านการโทรคมนาคมของไทยยังสั่งปลดพนักงานกว่า 300 คน เนื่องจากบางตำแหน่งงานนั้นสามารถใช้เทคโนโลยีทดแทนได้ พนักงานในบางตำแหน่งจึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

จริง ๆ แล้ว ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่ธุรกิจยุคใหม่จะสั่งลดพนักงาน อันเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่สามารถเข้ามาทดแทนการจ้างงานมนุษย์ได้ ทำให้ตำแหน่งงานที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้คนต้องถูกตัดออกไป ดังนั้นพนักงานจะอยู่รอดได้ในยุคดิจิตอลเช่นนี้ จะต้องมีความรู้เรื่องเทคโนโลยีบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งการหาความรู้ใหม่ ๆ ในสมัยก็ทำได้ไม่ยาก สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการพัฒนาศักยภาพของตน เพื่อให้ไม่เป็นพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง