Category: บันเทิง

ไขข้อข้องใจ เพราะเหตุใดซีรีย์วายถึงกำลังเป็นที่นิยม

หากใครเป็นแฟนพันธุ์แท้รายการทีวีช่องหนึ่งที่เป็นแหล่งรวมนักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่ คงเคยชินกับละครแนวชายรักชายกันอยู่บ้าง หรือที่เรียกกันในภาษาวัยรุ่นว่า ซีรีย์วาย เป็นละครอีกแนวหนึ่งที่ถ่ายทอดความรักของการรักเพศเดียวกัน และได้รับกระแสนิยมอย่างล้นหลามในหมู่วัยรุ่นทั้งชาวไทยและต่างชาติ จนบางเรื่องถึงกับต้องทำภาคต่อกันเลยทีเดียว

                กระแสความนิยมและผู้ติดตามที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า อะไรที่ทำให้ละครแนวนี้กลายเป็นที่ยอมรับของสังคมไทย มั่นใจว่าในสมัยอดีตคงยังไม่มีอะไรแบบนี้ให้เห็นกันแน่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในอดีตจะยังไม่มีกลุ่มคนเพศที่สามนี้เกิดขึ้น ซึ่งอันที่จริงแล้วสิ่งที่ทำให้ซีรีย์วายได้รับความนิยมก็คงจะหนีไม่พ้น 3 ข้อหลัก ๆ ดังนี้

                1. กระแสคนดู

                หากละครกระแสไม่ดีช่องทีวีจะเสียเวลาทำไปทำไมจริงไหม เพราะด้วยกระแสความนิยมที่เกินคาดจึงถือเป็นโอกาสหรือช่องทางในการสร้างฐานคนดูจำนวนมาก ยิ่งทำละครให้คนดูชอบมากเท่าไร ฐานการติดตามก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น รายได้ก็จะเข้ามาอย่างมหาศาล และอีกประการที่คิดว่ามีส่วนทำให้เกิดกระแสคนดูที่มากมายอาจจะมาจากตัวของนักแสดงเอง ที่ส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่นหน้าใหม่ที่มีรูปร่างหน้าตาน่ารัก มีความเป็นตัวของตัวเอง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละคน จึงทำให้เป็นที่ถูกตาถูกใจของคนดู เกิดกลายเป็นแฟนคลับและติดตามอย่างหนาแน่น

                2. สังคมที่เปิดกว้าง

                ด้วยกระแสโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การมีความรักและการแสดงออกของเพศที่สามจึงเปิดกว้างมากขึ้น ช่องทีวีนี้จึงแค่เพียงหยิบยกกระแสสังคมออกมาเป็นตัวชูโรงให้คนในสังคมได้มองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง และกล้าที่จะเปิดยอมรับ และปัจจุบันสังคมไทยก็ให้การยอมรับบุคคลกลุ่มเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าอาจมีบางคนที่ยังไม่สามารถยอมรับได้ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจหรือเหยียดเพศแต่อย่างใด ถือว่าเป็นทิศทางที่ดีของการอยู่ร่วมกันในสังคมไม่ว่าเพศใดก็ตาม

                3. คุณภาพการแสดง

                ต้องยอมรับว่านักแสดงรุ่นใหม่ มีศักยภาพด้านการแสดงที่ค่อนข้างมาก มีความกล้าที่แสดงออกที่หลากหลาย และมีความพยายามที่จะเล่นให้ได้ในทุกบทบาทไม่ว่าจะเป็น ฉากกอด ฉากจูบ ก็สามารถทำได้ค่อนข้างดี ถึงแม้ว่าจะต้องแสดงร่วมกับเพศเดียวกันก็ตาม จึงทำให้คนดูเกิดความรู้สึกอินกับการแสดงและเกิดเป็นความชื่นชอบจนกลายมาเป็นแฟนคลับ ประกอบกับบทของซีรีย์ที่มีเรื่องให้น่าติดตาม ทั้งยังมีการแอบสอดแทรกข้อคิดดี ๆ ไว้ในเนื้อเรื่องอีกด้วย

                อันที่จริงไม่ว่าจะเป็นละครประเภทไหน ก็มักจะเป็นการสะท้อนให้เห็นกระแสสังคมปัจจุบันในแง่มุมที่หลากหลาย ในฐานะคนดูก็ควรดูเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก หรือควรเลือกเก็บและจดจำแต่สิ่งดี ๆ ที่ได้จากละคร และนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต ดีกว่าการวิจารณ์เนื้อเรื่องหรือตัวละคร เพราะนั่นไม่ได้ทำให้ชีวิตคุณมีอะไรดีขึ้นเลย 

อาชีพนักแสดงดีจริงหรือ ทำไมใคร ๆ ถึงอยากเป็น

จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันวัยรุ่นยุคใหม่จำนวนไม่น้อยที่มีความต้องการยึดอาชีพนักแสดงเป็นอาชีพหลักในการหารายได้ แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าจุดประสงค์ในการก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงของพวกเขานั้น เกิดจากความรักในอาชีพนักแสดงหรือเพียงทำตามกระแสนิยมกันแน่

                หลายคนอาจมองว่าอาชีพนักแสดง คือที่อาชีพที่แสนสบาย ไม่ต้องตอกบัตร ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ไม่ต้องใช้ความคิดในการทำงาน แค่เพียงท่องจำบทและถ่ายทอดมันออกมาให้ตัวละครในหนังสือตัวนั้น กลายเป็นตัวละครที่มีชีวิต พร้อมรับเงินก้อนใหญ่กลับบ้าน หากใครที่คิดจะเป็นนักแสดงแต่คิดถึงหน้าที่เพียงที่กล่าวมา บอกได้เลยว่าคุณกำลังคิดผิด เพราะความจริงแล้วการมีอาชีพเป็นนักแสดงไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิด

อยากเป็นนักแสดงต้องเจอกับอะไรบ้าง

                สิ่งที่แรกที่คุณจะต้องเจอเลย คือ ความเหนื่อยล้า เพราะคุณจำเป็นต้องทุ่มเทให้กับคำว่าการแสดงเป็นอย่างมาก หากคุณไม่มีความทุ่มเทมากพอ ไม่ใช่เพียงคุณคนเดียวที่เสียแต่มันจะรวมถึงคนในกองถ่ายอีกเกือบร้อยชีวิต คุณคิดว่าคุณสามารถแบกรับมันไหวหรือเปล่า และยิ่งถ้าคุณเป็นนักแสดงวัยรุ่น อาชีพนักแสดงไม่ได้เป็นเพียงภาระเดียวที่ต้องรับผิดชอบ แต่อาชีพของการเป็นนักเรียน นักศึกษา ยังคงเป็นสิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบด้วย นั้นหมายความว่าคุณต้องเหนื่อยเพิ่มเป็นสองเท่า คุณมีความรับผิดชอบมากพอหรือยัง

                สิ่งที่สอง คือ คุณต้องรู้จักการพัฒนาตัวเอง เพราะการพัฒนาศักยภาพฝีมือในการแสดงจะช่วยทำให้คุณเข้าไปอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ได้ง่ายยิ่งขึ้น และส่งผลให้มีงานแสดงอย่างต่อเนื่อง ยิ่งปัจจุบันนักแสดงควรต้องทำให้ได้มากกว่าหนึ่งอย่าง ต้องร้องเพลงได้ ต้องเต้นได้ และที่สำคัญต้องเล่นให้ได้หลายบทบาท ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นนักแสดงที่แท้จริง การมีความสามารถมากเท่าไร จะทำให้มีโอกาสเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น หากคุณเป็นคนไม่ชอบการพัฒนา ไม่ชอบการเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ แนะนำว่าอาชีพนักแสดงอาจจะไม่เหมาะกับคุณสักเท่าไร

                สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามอย่างที่สาม คือ การวางตัวในสังคม เมื่อใดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักแสดงคุณจะกลายเป็นบุคคลสาธารณะไปโดยปริยาย กลายเป็นต้นแบบในการปฏิบัติตัว กลายเป็นต้นแบบด้านความคิด จะทำอะไรแต่ละอย่างต้องคิดไตร่ตรองให้รอบคอบ ถ้าหากคิดว่าไม่สามารถประคับประคองตัวเองให้ยืนอยู่ในสังคมของวงการบันเทิงได้ อย่าเสี่ยงกับอาชีพนักแสดงเลยจะดีกว่า เพราะอย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ปัจจุบันสังคมโซเชียลมันไปเร็วและแรงขนาดไหน การทำพลาดเพียงเรื่องเล็กน้อย อาจจะทำให้คุณไม่มีที่ยืนในสังคมเลยก็เป็นได้   

                ฉะนั้น จงทำความเข้าใจเสียใหม่ว่าอาชีพนักแสดง คืออาชีพในความฝันของคุณจริงหรือไม่ ถ้าตอบว่าใช่ จงเดินหน้าทำตามความฝันของตัวเองต่อไป แต่หากเริ่มตอบว่าไม่มั่นใจ ขอให้กลับไปพิจารณาตัวเองให้ถี่ถ้วนเสียก่อน จริงอยู่ว่าคุณจะมีรายได้จากการเป็นนักแสดงอย่างล้นเหลือเพียงพอต่อการสร้างชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัวได้อยู่อย่างสุขสบาย แต่นั้นคือชีวิตภายนอกการแสดง แต่ชีวิตภายในการแสดงไม่ได้สบายอย่างที่คุณคิด

ฮิปฮอปอายุน้อยเงินล้าน ตอบโจทย์การศึกษาไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต

ตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเพลงฮิปฮอปยอดฮิตที่ชื่อว่า เฉยเมย ให้พูดแค่ชื่อเพลงอาจไม่คุ้นหู แต่ถ้าร้องให้ฟังว่า ตอนนี้ยังไม่ได้นอนเลยจะสิบโมงเช้า หลายคนคงยิ้มและพูดว่าฟังเป็นร้อย ๆ รอบแล้วจริงไหม ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเพลงสไตล์นี้กำลังเป็นที่นิยมของวัยรุ่นเป็นจำนวนมาก และตอนนี้มีจำนวนเข้าดูถึงร้อยกว่าล้านวิว ถือว่าเป็นตัวเลขไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงแม้ว่ากระแสจะเริ่มลดลงไปจากตอนแรกบ้างแล้ว แต่ทำไมยังคงมีคนเข้าไปฟังและติดตามอย่างต่อเนื่อง

                แต่ประเด็นที่น่าสนใจกว่าสไตล์เพลงอยู่ตรงที่ตัวนักร้องอย่าง youngohm เสียมากกว่า หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเขาคือนักร้องฮิปฮอปที่มีอายุเพียง 20 ปี แต่ปัจจุบันมีโอกาสจับเงินล้านได้อย่างสบาย และที่สำคัญเขาเรียนหนังสือจบแค่ชั้นมัธยมศึกษาเพียงเท่านั้น และยังไม่มีความคิดที่จะกลับไปเรียนต่อ เพราะเขารักและหลงใหลในการทำงานเพลง มากกว่าการนั่งทำการบ้านในห้องเรียน

                Youngohm เคยให้สัมภาษณ์ว่า การพัฒนาชีวิตไม่ได้มีเพียงแต่ในห้องเรียน วิธีการพัฒนาของเขาคือการทำเพลงและหารายได้จากเพลง อันที่จริงเขาก็เรียนเหมือนคนทั่ว ๆ ไป เพียงแต่เขาไม่ได้เขาไปนั่งและทำการบ้านก็เท่านั้นเอง การกระทำของเขาทำให้มองเห็นในอีกแง่มุมว่า การศึกษาไม่ใช่คำตอบทุกอย่างของชีวิต แต่การพัฒนาตัวเองเสียมากกว่าที่จะสามารถตอบโจทย์ชีวิตได้ แต่หากวัยรุ่นคนไหนที่กำลังมีความคิดอยากจะเป็นแบบ youngohm ลองหาคำตอบให้กับตัวเองให้ได้ก่อน 3 ข้อ ดังนี้

                1. ความเป็นตัวเองคืออะไร

                การที่ youngohm สามารถมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้ เพราะความเป็นตัวของตัวเองมาแต่เด็ก เขารู้ว่าเขาชอบหรือเขารักที่จะทำอะไร โดยที่เขาไม่ได้สนใจเสียงหัวเราะหรือคำดูถูกจากคนรอบข้าง เขาจึงสามารถพาให้ตัวเองมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้จนถึงทุกวันนี้ แล้วคุณละ หาตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเจอแล้วหรือยัง รู้หรือยังว่าตัวเองชอบหรือรักอะไร และพร้อมแค่ไหนที่จะเอาชีวิตที่เหลือทั้งชีวิตไปทุ่มเทให้กับมัน และหากวันหนึ่งมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด คุณคิดว่าจะทำอย่างไร จะรับมือกับแรงถาโถมระหว่างทางไหวหรือไหม

                2. ความพยายามอยู่ในระดับที่เท่าไร

                ไม่มีใครสามารถกำหนดได้ว่าตัวเองมีความพยายามในระดับใด เพราะความพยามยามไม่มีระดับที่สูงสุด คุณสามารถสร้างมันให้เพิ่มมากขึ้นได้ในทุก ๆ วัน ขึ้นอยู่กับใจตัวเองมากกว่าว่าจะมีแรงสร้างมันได้ขนาดไหน และยิ่งหากใครที่คิดจะทำตาม youngohm ออกมาตามหาความฝันโดยไม่ศึกษาต่อ ก็ควรจะมีความพยายามมากกว่าคนอื่นเพิ่มเป็นสองเท่า จริงอยู่ว่าการพัฒนาไม่ได้มีเพียงแค่ในห้องเรียน แต่ความรู้ในห้องเรียนจะสามารถช่วยให้ความพยายามของคุณเป็นไปได้ง่ายขึ้น

                3. ตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้หรือไม่

                ใครที่คิดอยากจะทำเพราะเห็นเขาเป็นแค่ไอดอล อยากเตือนไว้ตรงนี้เลยว่า “อย่า” เพราะไอดอลของคุณเขามีเป้าหมายในชีวิตจึงประสบความสำเร็จ แล้วคุณมีเป้าหมายในชีวิตแล้วหรือยัง เป้าหมายจะสามารถช่วยกระตุ้นให้คุณก้าวผ่านอุปสรรคไปได้ แต่ถ้าวันนี้คุณยังไม่มีเป้าหมายแล้วคุณจะทำไปเพื่ออะไร จริงไหม

หากคุณมีคำตอบในใจครบแล้วทั้ง 3 ข้อ และมั่นใจในคำตอบของตัวเองที่สุดแล้ว ก็คงไม่มีอะไรให้ต้องรีรออีกต่อไป ก้าวไปข้างหน้าทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพราะรู้ไหมว่าคุณโชคดีแค่ไหนที่ค้นหาฝันของตัวเองจนเจอ มีคนอีกกี่ล้านกี่แสนคนที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบหรือรักที่จะทำอะไร แต่อย่าลืมปรึกษาพ่อและแม่ก่อนตัดสินใจอะไรลงไปนะ เพราะความต้องการของคุณและท่านอาจจะไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันก็ได้   

“กระแสเชิงเสียดสี” ปรากฏการณ์เพลง Rap ที่ไม่ใช่แค่ Rap

                จากกระแสเพลง Rap ที่กำลังเป็นที่พูดถึง และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในสังคมไทยในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นเพลง “ประเทศกูมี” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ Rapper อิสระ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้สึกนึกคิดซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวโยงกับสถานการณ์บ้านเมืองผ่านเพลง Rap ที่มีเนื้อหาตรงไปตรงมา ทำให้เพลงดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับทั้งด้านดี และไม่ดีจากสังคม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแสดังกล่าวทำให้เพลง Rap เป็นที่รู้จักในสังคมไทยมากขึ้น

เมื่อโลกเริ่มรู้จักเพลง Rap

เพลง Rap มีต้นกำเนิดจากต่างชาติ จากนั้นวัฒนธรรมเกี่ยวกับแนวดนตรีดังกล่าวก็ไหลบ่าเข้าสู่วงการเพลงบ้านเราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการ Rap เริ่มมาจากการพูดคำกลอนสดใส่จังหวะเพลง โดยส่วนใหญ่จะเป็นจังหวะเร็ว กระชับ ซึ่งหลายคนสับสนระหว่าง Hip-hop กับ Rap ซึ่งเพลง Rap นั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม Hip-hop โดยเพลง Rap จะเป็นการร้องแบบที่เป็นจังหวะ คล้ายเสียงพูด มีการใช้คำคล้องจองกันแต่ไม่เน้นฉันทลักษณ์ที่ตายตัว รวมทั้งเน้นที่การกำกับจังหวะ โดยใช้จังหวะกลองอิเล็กทรอนิกส์ และเทคนิคการ Sampling นอกจากนั้น การ Rap ได้พัฒนามาโดยตลอด จากชาวจาเมกาในนิวยอร์กได้เริ่มการพูดลงบนเพลงประเภทแดนซ์ฮอลล์ ในคริสต์ทศวรรษ 1970 จนในคริสต์ทศวรรษ 1980 ความสำเร็จของ วงรัน-ดีเอ็มซี ได้เปิดกว้างให้วงการเพลง Rap จากนั้นก็เริ่มจะมีการใช้จังหวะที่สลับซับซ้อนมากขึ้น ท้วงทำนองในการพูด เนื้อคำกลอนที่ซับซ้อน และการเล่นคำอย่างสร้างสรรค์ เนื้อเพลงแร็ปมักถ่ายทอดมุมมองชีวิต โดยเฉพาะชีวิตที่อิสระ การออกจากกรอบ รวมถึงการผสมผสานกับวัฒนธรรมกระแสนิยม และมีการพูดถึงสภาพสังคมในมุมมองของ Rapper

ปรากฏการณ์เพลง Rap ในไทย

เมื่อพูดถึงเพลง Rap ในประเทศไทย หรือแนวเพลง Hip-Hop ในอดีตเราก็มักจะนึกถึง Rapper ยุค 90 อย่างคุณโจอี้ บอย, ไทเทเนียม หรือแนวใต้ดินอย่างดาจิม ซึ่งในสมัยนั้นเพลงแนวนี้จะมีคนฟังค่อนข้างเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ซึ่งก็มีไม่มาก และยังไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าที่ควร ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มใต้ดินมากกว่า กระทั่งในยุคปัจจุบันต้องบอกว่าเพลง Rapได้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง พร้อมกับศิลปินหน้าใหม่ที่แจ้งเกิดจากกลุ่มเล็ก ๆ จนตอนนี้ต้องเรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ในวงการเพลง Rap ที่เป็นที่นิยมมากขึ้น จะเห็นได้จากยอดวิวใน YouTube ที่สูงลิบลิ่ว รวมทั้ง Rapper ก็กลายเป็นจุดเด่นที่ศิลปินดังต่างเชิญไปร่วม Featuring ในเพลงด้วย และยิ่งไปกว่านั้นเรายังได้เห็น เพลง Rap ในรายการทีวีหลายรายการทั้ง rap is now ที่มีการประชันกันของเหล่า Rapper ที่มีความสามารถจากทั่วเมืองไทย นอกจากนี้ยังมีรายการ the rapper ทางช่อง work point และ show me the money ทางช่อง true4u ซึ่งก็เป็นกระแสบนโลกออนไลน์ไม่น้อย

Rap กับการเสียดสีสังคม

                เมื่อคนไทยเริ่มรู้จักเพลง Rap มากขึ้น ก็ทำให้แนวเพลงดังกล่าวกลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง โดยเราจะเห็นว่าเพลง Rap นอกจากจะให้ความสนุกสนาน ความสะใจ ความตื่นเต้นเร้าใจแล้ว ก็ยังมี Rapper บางกลุ่มที่เริ่มตระหนักว่าเพลง Rap สามารถเป็นสื่อกลาง หรือเป็น “กระบอกเสียง” ของสังคม หรือเป็นการพูดในประเด็นที่สังคมกำลังเกิดข้อสงสัย ความไม่กระจ่าง หรือเกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนั้น การใช้เพลง Rap เพื่อเล่าเรื่อง เล่าเหตุการณ์บ้านเมือง จนกระทั่งเสียดสีสังคมก็เริ่มเป็นที่นิยมและน่าจับตามอง เนื่องจากธรรมชาติของแนวเพลงดังกล่าว การใช้ถ้อยคำ ภาษาที่เรียงร้อยเป็นบทกลอนของเพลงนั้นมีความตรงไปตรงมา เน้นการใช้คำที่สั้นกระชับ แต่เสียดลึก กระตุกต่อมความคิด และกระตุ้นเตือนให้คนฟังรู้สึกร่วม และคิดตามไปกับเนื้อหาและเสียงดนตรี ซึ่งนี่อาจเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่เพลง Rap จะไม่ใช่แค่ Rap แต่คือศิลปะการถ่ายทอดมุมมองทางความคิด มุมสะท้อนทางสังคม ที่จะเข้าถึงอารมณ์และความคิดของผู้ฟังได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จึงอาจเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ เพลง Rap ได้รับความนิยมมาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือต่างประเทศ