Category: ต่างประเทศ

ปฏิบัติการถล่มซีเรีย สงครามที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

                เป็นข่าวคราวที่หลายฝ่ายจับตามองด้วยความเป็นห่วง รวมถึงยังมีการคาดการณ์ต่าง ๆ นานาไปถึงเรื่องของสงคราม ว่าการปฏิบัติการถล่มซีเรียครั้งนี้ของสหรัฐอเมริกาเพื่อเป็นการตอบโต้รัสเซีย และกังวัลกันว่าในครั้งนี้จะเป็นชนวนที่ทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่ หลังจากที่ได้มีการใช้อาวุธเคมีในเขตพื้นที่ยึดครองสุดท้ายของกลุ่มกบฏในซีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งในการใช้อาวุธเคมีในครั้งนี้ สหรัฐเชื่อว่ารัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นพันธมิตรของรัฐบาลซีเรีย ซึ่งสหรัฐอเมริกา รวมถึงชาติตะวันตกต่างก็ไม่พอใจกับการใช้อาวุธเคมีในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

การใช้อาวุธเคมีในซีเรีย

                จากข้อมูลของศูนย์รวบรวมการละเมิด ซึ่งเป็นศูนย์ที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อกล่าวหาการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศในซีเรีย มีข้อมูลการพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพน้ำลายฟูมปาก ลูกตาไหม้ และสีของผิวหนังเปลี่ยนไป และจากการตรวจสอบผลปัสสาวะและผลเลือด พบว่ามีคลอรีนและสารพิษที่มีฤทธิ์ทำลายประสาทปนเปื้อนอยู่ รวมถึงฝ่ายกบฏของซีเรียก็ได้มีการเผยแพร่ข้อความในทวิตเตอร์ว่ามีการโจมตีโดยก๊าซพิษที่ถูกทิ้งลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

                แต่ทั้งนี้ทางฝ่ายรัสเซียเห็นว่าข่าวเรื่องการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในครั้งนี้ เป็นการยั่วยุและเป็นข้ออ้างของสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตก ในการเข้าไปแทรกแซงเหตุการณ์ในซีเรียมากกว่า อีกทั้งประธานาธิบดีของซีเรียยังได้ออกมาปฏิเสธเรื่องการใช้อาวุธเคมีว่าเป็นเรื่องที่กุขึ้น

สหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรถล่มคลังเก็บอาวุธเคมีในซีเรีย

                สืบเนื่องจากข่าวคราวและหลักฐานของการใช้อาวุธเคมีในซีเรียในครั้งนี้ ทำให้สหรัฐอเมริกาและประเทศพันธมิตรออกมาประณามการกระทำในครั้งนี้ และชี้ว่ารัสเซียและอิหร่านจะต้องมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบครั้งนี้ด้วย ส่วนประเทศอังกฤษก็ชี้ว่า ควรเร่งให้มีการตรวจสอบการกระทำในครั้งนี้โดยด่วน จนเป็นที่มาของการที่สหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรได้แก่ อังกฤษและฝรั่งเศส เปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหาร โดยเป้าหมายคาดว่าเป็นคลังเก็บอาวุธของกองทัพซีเรีย เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา โดยเป็นการใช้โทมาฮอว์คถล่ม พุ่งเป้าไปยังศูนย์วิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับการใช้อาวุธเคมี คลังเก็บอาวุธ และโรงงานประกอบอาวุธเคมีในซีเรีย  

                สงครามในซีเรีย เป็นสงครามที่มีความยืดเยื้อมาเป็นระยะเวลานานตั้งแต่ปี 2554 ระหว่างรัฐบาลและกลุ่มผู้ประท้วงที่มีการใช้กำลังเข้าปราบปราม และต่อสู้กันอย่างรุนแรง ไปจนถึงมีการใช้อาวุธเข้าปะทะและการสังหารหมู่ จนองค์กรระหว่างประเทศหลายองค์กรได้ออกมาประณามรัฐบาลซีเรีย ว่าเป็นการใช้กำลังที่ขัดกับหลักมนุษยชนอย่างรุนแรง ทำให้มีองค์กรสหประชาชาติและนานาชาติได้เข้ามาแทรกแซงการปะทะ และสงครามซีเรียอย่างต่อเนื่อง

 

เจ้าชายแฮรี่ – เมแกน มาร์เคิล จับตางานพระราชพิธีเสกสมรสอีกครั้งของราชวงศ์อังกฤษ

                เจ้าชายแฮรี่ หรือ Prince Harry Charles Albert David of Wales เป็นพระโอรสองค์เล็กของเจ้าชายชาร์ล และเจ้าหญิงไดอานา ซึ่งปัจจุบันจัดอยู่ในอันดับที่ 5 ของการสืบทอดราชบัลลังก์อังกฤษ ถัดจากเจ้าฟ้าชายชาร์ลพระบิดา เจ้าชายวิลเลียมพี่ชาย หรือพระเชษฐา และเจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระราชโอรสและพระราชธิดาของเจ้าชายวิลเลียมและเคท มิเดลตัน ในปัจจุบันเจ้าชายแฮรี่ดำรงยศทหารชั้นร้อยตรี ในกองพันทหาร Blues and Royals ของกรมทหารม้ารักษาวังแห่งกองทัพบกประเทศอังกฤษ

เส้นทางรักเจ้าชายแฮรี่เมแกน มาร์เคิล                                                     

                เจ้าชายแฮรี่และเมแกน มาร์เคิล ได้ทรงประกาศหมั้นเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 โดยได้ให้สัมภาษณ์และเปิดเผยเส้นทางรักครั้งนี้ว่า ทั้งคู่ได้รู้จักกันในช่วงกลางปี 2559 ซึ่งทั้งคู่รู้จักกันได้เนื่องจากเพื่อนสาวของทั้งคู่ ได้จัดแจงทำการนัดบอดให้ จนเมื่อได้พบกัน ทั้งคู่ก็ได้นัดพบกันอีกครั้ง และเจ้าชายแฮรี่ก็ได้ชวนเมแกน มาร์เคิลไปร่วมตั้งแคมป์กับพระองค์ในป่าเป็นเวลา 5 วัน และได้สานสัมพันธ์เพิ่มความสนิมสนมใกล้ชิดกันเรื่อยมา

สำหรับเมแกน มาร์เคิลนั้น ปัจจุบันอายุ 36 ปี ประกอบอาชีพเป็นทั้งนักแสดง นางแบบ และนักมนุษยชนชาวอเมริกัน เมแกนเติบโตมาในลอส แองเจลิส สหรัฐอเมริกา และโด่งดังมาจากซีรีย์เรื่อง Suits โดยเธอได้ผ่านการแต่งงานมาแล้ว 1 ครั้ง กับผู้ผลิตภาพยนตร์เมื่อปี 2554 และได้หย่าจาดจากกันไปเมื่อปี 2556 ก่อนที่จะมาพบกับเจ้าชายแฮรี่

พระราชพิธีเสกสมรส

                สำหรับพระราชพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮรี่ และเมแกน มาร์เคิล จะจัดขึ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 ที่โบสถ์เซนต์จอร์จ พระราชวังวินด์เซอร์ ซึ่งข่าวคราวล่าสุดพระราชตำหนักเคนซิงตันได้มีการส่งบัตรเชิญไปยังแขกซึ่งเป็นพระสหายใกล้ชิด อีกทั้งยังได้มีการเชิญประชาชนทั่วไปเพื่อเข้าร่วมพิธีเสกสมรสครั้งนี้อีกถึง 1,200 คน ตามความประสงค์ของเจ้าชายแฮรี่และเมแกน มาร์เคิล ที่ต้องการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับงานเสกสมรสครั้งนี้ รวมถึงยังมีข่าวว่าทั้งสองไม่ได้มีการเชิญนักการเมืองและผู้นำทางการเมืองของหลาย ๆ ประเทศเข้าร่วมงานแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือและพิจารณาร่วมกันกับรัฐบาล

                 พระราชพิธีเสกสมรสครั้งนี้ถือเป็นพิธีเสกสมรสอีกครั้งของราชวงศ์อังกฤษที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง หลังจากที่เจ้าชายวิลเลียม ทายาทอันดับ 2 ของการสืบราชบัลลังก์อังกฤษได้เข้าพิธีเสกสมรสกับเคท มิเดลตันไปเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2554 ซึ่งพิธีเสกสมรสในครั้งนั้น จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการสมเกียรติ ณ เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ