สรวลเสเฮฮา เสวนาเรื่อง “กัญชาเพื่อสันทนาการ”

เป็นที่ฮือฮากันอย่างมาก เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ามีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมายในการรับรองการปลูก จำหน่าย และเสพกัญชา “เพื่อการสันทนาการ” โดยมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้วในเมืองเซนต์จอห์น ประเทศแคนาดา

จากกระแสข่าวดังกล่าว ทำให้คนทั่วโลกให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในประเทศไทยก็ให้ความสนใจกับข่าวนี้เช่นเดียวกัน จะเห็นจากการแชร์ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และหากพูดถึงกฎหมายเรื่องการอนุญาตใช้กัญชาแบบถูกกฎหมาย นับว่าเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันมายาวนาน และมีกระแสข่าวออกมาโดยตลอด เพราะในบางประเทศมีการเปิดเสรีให้สามารถซื้อขายกัญชาได้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย กัญชายังถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย จึงเป็นที่น่าสนใจว่า แล้วมีประเทศใดบ้างล่ะ ที่อนุญาตให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย และประเทศเหล่านี้ได้อะไรจากการเปิดเสรีกัญชา

กัญชา พืชมหัศจรรย์ ที่หลายประเทศต่างให้ความสนใจ

กัญชาอาจเป็นพืชต้องห้ามในหลายประเทศ แต่สำหรับบางประเทศแล้ว กัญชานับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้กับประเทศได้อย่างมหาศาล และกลายเป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เริ่มจากสหรัฐอเมริกาที่ได้ประกาศให้การเสพกัญชาเพื่อ “ความบันเทิง” กลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย และอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการ ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในวงการธุรกิจบันเทิงอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีอีก 29 รัฐที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ ถึงแม้ว่ากฎหมายระดับประเทศ (Federal Law) ยังคงห้ามอยู่ก็ตาม

นอกจากนี้ ยิ่งเป็นที่น่าจับตามองมากขึ้น เมื่อไม่นานมานี้ แคนาดาทำให้กัญชากลายเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ทำรายได้ให้ประเทศมหาศาล ซึ่งล่าสุดได้มีการประกาศให้ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการได้ รวมถึงเนเธอร์แลนด์ และสเปน ที่ใช้กัญชาเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก  เรียกได้ว่าการเปิดเสรีตลาดกัญชาได้รับเสียงตอบรับอย่างมาก และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้น แม้กระทั่งประเทศอุรุกวัย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการใช้สารเสพติด และอาชญากรรมมากเป็นอันดับต้น ๆ ก็ยังมีการสนับสนุนและเป็นผู้บุกเบิกตลาดกัญชาอย่างถูกกฎหมาย เพื่อลดปัญหาดังกล่าวลง และในขณะนี้ประเทศที่น่าจับตามองในการเปิดตลาดการค้ากัญชาแห่งใหม่ของโลกนั่นก็คือ ออสเตรเลีย ที่คาดว่าจะมีการเปิดตลาดการค้าส่งออกกัญชาเพื่อการเเพทย์ จะเห็นได้ว่าในประเทศเหล่านี้ รวมถึงอีกหลาย ๆ ประเทศกำลังมองว่าธุรกิจกัญชากำลังจะเติบโต ถึงแม้ว่ากัญชายังเป็นสิ่งต้องห้ามในบางประเทศก็ตาม

ทำไมกัญชาจึงยังเป็นสิ่งต้องห้าม ในหลายประเทศ

ในหลายประเทศกัญชายังคงเป็นสิ่งต้องห้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย หากพูดถึงกัญชา เรามักจะนึกถึงสารเสพติดร้ายแรง เนื่องจากกฎหมายไทยยังไม่อนุญาตให้ใช้กัญชาได้อย่างถูกต้อง อนุญาตให้ครอบครองได้ในกรณีเพื่อศึกษาและวิจัยเท่านั้น ถึงแม้จะมีผู้ลักลอบขายหรือเสพอยู่ก็ตาม และถึงแม้ว่าข้อมูลการวิจัยจากต่างประเทศจะระบุว่าการใช้กัญชานั้น มีผลทำให้ผู้เสพมีอาการเสพติดได้น้อยกว่าสารเสพติดอื่น ๆ และการใช้กัญชาในปริมาณมาก ๆ ยังห่างไกลจากอันตรายถึงชีวิตเมื่อเทียบกับ เฮโรอีน โคเคน ยาบ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาพลักษณ์ของคนติดกัญชา มักจะถูกมองในด้านลบ สังคมไม่ค่อยให้การยอมรับ ไม่ว่าเป็นเป็นรูปร่างผอมแห้งแรงน้อย ตาไม่ค่อยสู้แสงจนต้องสวมแว่นกันแดด หรือภาพลักษณ์แย่ ๆ อื่น ๆ

ถึงแม้ว่าผลการวิจัยส่วนใหญ่จะระบุว่ากัญชาก็คล้ายกับเหล้า บุหรี่ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรืออาจกล่าวได้ว่ากัญชามีอันตรายน้อยกว่า และยังเป็นยารักษาโรคที่ดี โดยเฉพาะโรคมะเร็ง แต่ความเชื่อ หรือทัศนคติของคนในสังคมไทย ก็ยังไม่เปิดรับมากนัก ซึ่งส่วนหนึ่งก็อาจจะเห็นว่า หากมีการประกาศให้กัญชาเป็นสินค้าที่ถูกกฎหมายก็ดูจะเป็นการเปิดโอกาสให้คนในประเทศเสพสิ่งเหล่านี้มากขึ้น ไม่ใช่แค่เหล้า บุหรี่ที่มีอยู่ทั่วไป และปฏิเสธไม่ได้ว่ากฎหมายบ้านเรายังมีช่องโหว่ที่เอื้อต่อการหาผลประโยชน์ในด้านนี้อยู่มาก นอกจากนี้คนในประเทศยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกัญชา รวมถึงยังขาดระเบียบวินัย จึงอาจกล่าวได้ว่าในตอนนี้อาจยังไม่ถึงเวลาที่ประเทศไทยจะอนุญาตให้การใช้กัญชาเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย

โลจิสติกส์ ธุรกิจสุดบูม ตอบสนองธุรกิจออนไลน์

                โลจิสติกส์ หรือ ลอจิสติกส์ (Logistics) หมายถึง การขนส่งสินค้าหรือบริการไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าหรือผู้บริโภคโดยมีการวางแผน ควบคุม จัดเก็บข้อมูลสินค้าหรือบริการเพื่อให้ไปถึงจุดหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบโลจิสติกส์นี้ช่วยให้การบริหารงานด้านธุรกิจ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปด้วย

นับตั้งแต่การซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ระบบโลจิสติกส์ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากการซื้อขายของออนไลน์จำเป็นต้องพึ่งระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูง และสามารถตรวจสอบหรือติดตามสถานะของสินค้าได้ ดังนั้นธุรกิจโลจิสติกส์จึงมีมากขึ้น ทั้งธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่

โลจิสติกส์ในต่างแดน

                ประเทศสหรัฐอเมริกาขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศรายใหญ่ ที่มีระบบโลจิสติกส์ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ อินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้ในทุกครัวเรือน และมีการพัฒนาทางธุรกิจออนไลน์อย่างแพร่หลาย ประชากรส่วนมากนิยมสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ เป็นผลให้ระบบโลจิสติกส์ได้รับความนิยมไปทั่วทุกรัฐ ดังนั้นผู้ประกอบการรายใหญ่จึงพัฒนาธุริกิจโลจิสติกส์ให้เป็นระบบมากขึ้น ลูกค้าก็สามารถตรวจสอบสถานะสินค้าได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ระบบโลจิสติกส์ในทวีปเอเชียก็ได้รับการพัฒนาอย่างรุกหน้าเช่นกัน โดยเฉพาะในประเทศจีน เนื่องจากจีนมีฐานการผลิตสินค้าหลายชนิดที่ส่งขายไปทั่วโลก ทั้งแบบส่งและปลีก ดังนั้นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในจีนจึงมีความสำคัญมากต่อการซื้อขาย ซึ่งเห็นได้จากเว็บไซต์ขายของออนไลน์เพิ่มขึ้น จีนมีรูปแบบการทำธุรกิจออนไลน์ที่เป็นเอกลักษณ์ คือหนึ่งบริษัทจะมีเว็บไซต์ขายของมากกว่าหนึ่งเว็บไซต์ ทำให้การค้าขายไม่ว่าจะเป็นแบบปลีกหรือส่งนั้นสามารถขยายออกไปได้มาก

ความยิ่งใหญ่ของระบบโลจิสติกส์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศยักษ์ใหญ่อย่างประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา ทำให้ธุรกิจการขนส่งหรือโลจิสติกส์ขยายตัวออกไปยังประเทศอื่นรวมทั้งประเทศไทย

โลจิสติกส์ในไทย

                ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบการขนส่งหรือโลจิสติกส์ในประเทศไทยนั้น ได้รับการพัฒนามาจากประเทศการค้ารายใหญ่สองทวีปอย่างจีนและอเมริกา คนไทยมีแนวโน้มที่จะทำธุรกิจซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ส่งผลให้ระบบโลจิสติกส์ในไทยได้รับการพัฒนาตามไปด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโลจิสติกส์เอกชนที่ทำการขนส่งสินค้าภายในประเทศ ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ รวมไปถึงระบบการขนส่งของรัฐบาลที่ต้องพัฒนาให้ทัดเทียมกับคู่แข่ง อีกทั้งระบบโลจิสติกส์ของบริษัทต่างประเทศ ที่เข้ามาเปิดเพื่อทำการขยายสาขาในเมืองไทย

จะเห็นว่าระบบธุรกิจโลจิสติกส์ของโลกได้รับความนิยมอย่างมหาศาล เพื่อสนองต่อความต้องการของธุรกิจออนไลน์ เป็นผลให้มีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคมนาคมเพื่อขนส่งสินค้า และการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาด้านโลจิสติกส์ และเชื่อว่าธุรกิจโลจิสติกส์ทั่วทั้งโลก จะต้องมีการพัฒนาขึ้นไปอีกมากในอนาคต

 

ทำไมต้องยีนส์? เครื่องแต่งกายยอดฮิตตลอดกาล

                เนื่องจากความนิยมที่มีอย่างแพร่หลาย ทำให้กางเกงยีนส์กลายเป็นเครื่องแต่งกายที่ทุกคนจะต้องมีอย่างน้อยคนละหนึ่งตัวในตู้เสื้อผ้า ยีนส์มีต้นกำเนิดมาหลายร้อยปีแล้ว โดยคนทางตะวันตกเรียกยีนส์ว่า บลูยีนส์ เพราะยีนส์มีสีโทนน้ำเงินมาแต่กำเนิด ไม่ได้มีสีต่าง ๆ ให้เลือกอย่างในปัจจุบัน ผ้ายีนส์ใช้สำหรับตัดเย็บเสื้อผ้าใส่ทำงานที่ต้องการความทนทาน ในสมัยก่อนส่วนใหญ่ทอจากเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี แต่ช่างทอผ้าชาวฝรั่งเศสเรียกเมืองนี้ว่า แชน อันเป็นที่มาของคำว่า “ยีนส์”

สำหรับการแพร่หลายของกางเกงยีนส์ในอเมริกนั้นในปี ค.ศ.1853(พ.ศ. 2396) เป็นช่วงยุคตื่นทองในรัฐแคลิฟอร์เนีย ทำให้ผู้คนมุ่งขุดหาทองที่แคลิฟอร์เนียอย่างล้นหลาม หนุ่มเยอรมันอายุ 24 ปีที่อพยพมาอยู่ในนิวยอร์ค ชื่อ ลีไว สเตราส์ (Levi Strauss) มุ่งสู่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาตั้งใจที่จะมาเปิดร้านขายของชำของพี่ชาย ที่ซานฟรานซิสโก เพื่อรองรับลูกค้าผู้ตื่นทอง แต่ความต้องการกางเกงที่ทนทานมีเพิ่มมากขึ้น ทำให้เขาคิดและผลิตแบรนด์กางเกงยีนส์แบรนด์แรกของโลกชื่อว่า Levi’s

ยีนส์ในเอเชีย

                ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศแรก ๆ ในทวีปเอเชียที่นำผ้ายีนส์มาตัดเย็บ เพื่อใช้ในการทำงานอุตสาหกรรม เพราะมีความทนทาน โดยเฉพาะในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากทหารอเมริกัน จึงเกิดแรงบันดาลใจให้วัยรุ่นญี่ปุ่นในยุคนั้นเกิดความหลงใหลในวัฒนธรรมของอเมริกา ซึ่งเป็นโอกาสดีของพ่อค้าแม่ค้าและผู้ผลิตยีนส์ในญี่ปุ่น ได้นำมาขายและทำกำไรมหาศาลจากกระแสวัฒนธรรมตะวันตก

เชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักบริษัทผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นอย่าง Toyota Motor ซึ่งก่อนที่จะมาเป็นผู้นำด้านการผลิตยานยนต์ บริษัทนี้เคยผลิตยีนส์มาก่อนภายใต้ชื่อแบรนด์ Toyoda ได้พัฒนาเครื่องทอผ้ายีนส์ ทำให้ทอได้จำนวนมาก มีคุณภาพสูงและใช้แรงงานคนน้อยลง เมื่อได้รับความนิยมมากขึ้น จึงเกิดเป็นธุรกิจใหม่ จนกลายเป็นธุรกิจผลิตยีนส์รวมไปถึงเครื่องทอผ้ายีนส์ขนาดใหญ่ และถูกส่งขายแพร่กระจายไปทั่วเอเชีย รวมทั้งเข้ามาที่ประเทศไทยด้วยเช่นกัน

ยีนส์ยังคงเป็นผ้าที่น่าใส่ที่สุดในโลก

จุดประสงค์ของการผลิตกางเกงยีนส์ในยุคแรก มุ่งเน้นเพื่อให้ทนทานต่อการใส่ทำงานเพียงเท่านั้น อย่างที่ได้กล่าวไว้แล้ว ดังนั้นข้อดีของกางเกงยีนส์ที่ยังคงเสน่ห์ไว้ถึงปัจจุบัน จนเป็นลักษณะ เป็นเนื้อผ้าที่ทนที่สุด เหมาะกับการใส่ทำงานโดยเฉพาะงานประเภทใช้แรงงาน รวมไปถึงทนต่อสภาพอากาศที่หนาวเย็นในทวีปต่าง ๆ ถึงแม้ปัจจุบันเราจะไม่ได้ใส่กางเกงยีนส์เพื่อต้องการความทนทานเหมือนในสมัยก่อน แต่กางเกงยีนส์ก็ยังเป็นผ้าที่ดีที่สุดในสมัยนี้

 

ชะลอความชราแบบออแกร์นิคด้วยผักผลไม้สีเขียว

                เราไม่สามารถฝืนธรรมชาติได้ โดยเฉพาะร่างกายที่ร่วงโรยไปตามกาลเวลา ผิวหนังเหี่ยวย่นและอวัยวะภายในเสื่อมสมรรถภาพ ล้วนเป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์ทุกคนต้องพบเจอ ถึงแม้จะไม่สามารถหยุดการแก่ชราได้ในฉับพลันทันที แต่เราสามารถชะลอความชราได้ด้วยการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการเต้นของหัวใจและยังทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า นอกจากนี้การรับประทานอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรรับประทายอาหารที่ไม่แปรรูป ไม่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการนำสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงการดื่มน้ำและพักผ่อนอย่างเพียงพอ

อาหารที่ช่วยชะลอความแก่มีหลายชนิด โดยมากจะพบในผักและผลไม้ ดังนั้นการทานผักหรือผลไม้วิธีที่ดีที่สุด ก็คือ การทานแบบสด สำคัญคือต้องล้างให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าหลาย ๆ รอบ เพื่อขจัดสิ่งแปลกปลอมไม่ว่าจะเป็นหนอน แมลง หรือแม้กระทั่งสารเคมีที่ตกค้างอยู่ เนื่องจากบางครั้งเราก็ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า ผักและผลไม้ที่ซื้อมานั้นปลอดสารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์

ผักผลไม้สีเขียว ชะลอความชราได้ดีที่สุด

                จากการวิจัยพบว่าผักผลไม้สีเขียวนั้นดีที่สุด สำหรับการรับประทานเพื่อชะลอความแก่ เพราะมีสารอาหารชนิดหนึ่งที่สำคัญก็คือ คลอโรฟิลล์ ซึ่งสารอาหารชนิดนี้จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของความแก่ ยับยั้งการเกิดริ้วรอย ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น ชะลอความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ดังนั้นผักผลไม้สีเขียวทุกชนิดจึงมีสารคลอโรฟิลล์

ผักสีเขียวที่มีคลอโรฟิลล์อยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ บร็อคโคลี่ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย บำรุงผิวพรรณ เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนัง ชะลอผิวพรรณไม่ให้เหี่ยวย่น บำรุงและรักษาสายตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน เนื่องจากบร็อคโคลี่เป็นผักที่มีแคลเซียมสูง

                กะหล่ำปลีสีเขียว มีกรดทาร์ทาริก ที่ช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำตาลและแป้งกลายเป็นไขมัน จึงมีส่วนในการช่วยลดน้ำหนักและคอเลสเตอรอลได้ บำรุงกระดูกและฟัน เพราะกะหล่ำปลีดิบอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัสซึ่งเป็นผลดีต่อการเสริมสร้างและบำรุงกระดูก ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง บำรุงผิวพรรณทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งคงความอ่อนเยาว์ และยังช่วยชะลอการเกิดผมหงอกเพราะมีเคราติน

ผลไม้สีเขียวที่ช่วยชะลอความชราได้ดีเช่น แอปเปิ้ลเขียว มีวิตามิน C ซึ่งพบว่าในแอปเปิ้ลเขียวมีมากกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ ช่วยบำรุงผิวพรรณชะลอความเหี่ยวย่น เพคตินจากแอปเปิ้ลเขียวจะไปดักจับคอเลสเตอรอล ก่อนที่จะถูกดูดกลับเข้าสู่ร่างกาย กล่าวคือช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันถูกดึงมาเก็บสะสมไว้ในร่างกายเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์สูงมากจึงเหมาะกับคนที่เป็นเบาหวาน

                องุ่นเขียว มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินอี และวิตามินบีอีกหลายชนิด ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความชรา บำรุงผิวพรรณ ช่วยระบบการขับถ่ายเป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้ท้องผูก ช่วยล้างลำไส้ และยังป้องกันโรคมะเร็งในช่องท้อง

จะเห็นว่าการดูแลสุขภาพด้วยการกินอย่างถูกวิธีนั้น ทำได้ด้วยการศึกษาถึงคุณประโยชน์ต่าง ๆ จากผักและผลไม้ ร่างกายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด จึงควรหมั่นดูแลและคิดก่อนทานเสมอ เราไม่สามารถฝืนความเป็นไปของธรรมชาติในเรื่องการเกิด แก่ เจ็บ ตายได้ แต่สามารถชะลอความชราได้โดยการใส่ใจ และเลือกสรรทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร

 

นักช้อปออนไลน์ ส่วนใหญ่แล้วเป็นชายหรือหญิง?

                ดูเหมือนว่าพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคในปัจจุบันนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ช้อปปิ้งผ่านสมาร์ทโฟนมากที่สุด และรองลงมาก็คือโน้ตบุ๊ค ข้อดีของการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์คือความสะดวกสบาย สามารถเลือกช้อปในวันและเวลาใดก็ได้ และยังเปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลาย ๆ ร้านได้ นอกจากนี้ยังประหยัดเงินและเวลาในการเดินทางไปหน้าร้าน โดยเสื้อผ้ายังคงเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มลูกค้าผู้หญิง ส่วนผู้ชายจะเป็นอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี หรืออุปกรณ์สำหรับรถยนต์

พฤติกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ของลูกค้าฝ่ายชาย

จากผลสำรวจพบว่าสินค้าที่ผู้บริโภคฝ่ายชายนิยมซื้อออนไลน์มากที่สุด คือสินค้าประเภทคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีต่าง ๆ เนื่องจากสะดวกและยังสามารถเปรียบเทียบราคาจากหลาย ๆ ร้านได้ นอกจากนี้การต่อรองราคาโดยไม่เห็นหน้ายังเป็นอีกเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ผู้ชายสนใจซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าฝ่ายชายส่วนใหญ่จะพิจารณาถึงความจำเป็นของสิ่งของนั้น ๆ ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์และจะไม่ต่อรองราคามากเหมือนนักช้อปฝ่ายหญิง

การช้อปปิ้งสินค้าออนไลน์ประเภทอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีของผู้บริโภคฝ่ายชาย ทำให้เห็นว่านักช้อปฝ่ายชายนั้นค่อนข้างมีกำลังซื้อ ซึ่งซื้อในจำนวนน้อยแต่จ่ายราคาสินค้าครั้งละมาก ๆ ที่สำคัญยังศึกษารายละเอียดของสินค้านั้น ๆ ด้วยตัวเอง ไม่ได้ศึกษาผ่านผู้ขาย เพื่อป้องกันการถูกจูงใจให้ซื้อสินค้าในราคาแพงโดยปราศจากความรู้ นักช้อปชายจะมีการซื้อสินค้าในลักษณะที่ศึกษามาก่อน และตัดสินใจซื้อทันทีเพื่อป้องกันการเสียหน้า

นักช้อปฝ่ายหญิงไม่น้อยหน้า ซื้อสินค้าออนไลน์เดือนละหลายหน

                เสื้อผ้าและเครื่องประดับยังคงเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในผู้บริโภคฝ่ายหญิง จากการสำรวจพบว่าผู้หญิงบางคนซื้อสินค้าออนไลน์มากกว่า 3 ครั้งต่อเดือน โดยเวลาช้อปของผู้หญิงเฉลี่ยคือ 12.00 – 14.00 น. และอีกครั้งคือ 18.00 – 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละประเทศ และจากการสำรวจส่วนใหญ่มักจะซื้อสินค้าตามอารมณ์ โดยเฉพาะเมื่อมีโปรโมชั่นลดราคา หรือการโฆษณาแบบปากต่อปากของผู้หญิงในกลุ่มเดียวกัน และจะพิจารณาในเรื่องของราคาและปริมาณเป็นหลักเช่น ซื้อ 2 ชิ้นราคาถูกกว่า หรือซื้อ 1 แถม 1 ส่วนเรื่องการพิจารณาคุณภาพจะรองลงมา เนื่องจากสินค้าที่ฝ่ายหญิงซื้อส่วนใหญ่เป็นสินค้าในกระแส ดังนั้นเมื่อหมดกระแสก็จะเลิกใช้ไปโดยปริยาย จึงไม่ต้องคำนึงถึงคุณภาพมากนัก

การช้อปปิ้งออนไลน์ในกลุ่มผู้หญิงนั้นดูจะเป็นที่นิยมไปทั่วโลก โดยเฉพาะผู้หญิงในโลกอาหรับหรือแถบตะวันออกกลาง เนื่องจากปัญหาการเมืองภายในประเทศทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างศาสนาและผู้นับถือศาสนาที่มีนิกายแตกต่างกัน เป็นผลให้มีความเชื่อที่แตกต่างกัน นำไปสู่ความขัดแย้งจนเกิดการทำร้ายร่างกายและสงครามกลางเมืองขนาดย่อม ๆ ส่งผลให้ผู้หญิงอาหรับกลัวการออกไปทำธุระนอกบ้าน การช้อปปิ้งออนไลน์จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเนื่องจากสะดวก ปลอดภัย และไร้ความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

สรุปว่านักช้อปทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ต่างก็มีการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ความแตกต่างของพฤติกรรมการช้อปก็ไม่เหมือนกัน ฝ่ายชายมักจะซื้อสินค้าในปริมาณน้อยแต่ราคาสูง ส่วนฝ่ายหญิงจะเน้นที่โปรโมชั่นและปริมาณ นอกจากนี้ยังมีความถี่ในการซื้อมากกว่าผู้ชาย จะเห็นว่าการช้อปปิ้งออนไลน์นั้นมีทั้งในผู้บริโภคหญิงและชายแต่ต่างกันแค่พฤติกรรมการช้อปเท่านั้นเอง

 

“อาหาร” ทูตแห่งการท่องเที่ยว ที่หลายประเทศใช้ได้ผล

                จะเห็นได้ว่าความนิยมต่ออาหารต่างชาติในไทยนั้นมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต หนัง หรือซีรี่ย์ต่างประเทศที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในช่วงใดช่วงหนึ่ง อาหารเป็นเหมือนกับโฆษณาที่ทำให้คนต่างประเทศสนใจในวัฒนธรรมของประเทศนั้น เรียกว่าอาหารเป็นทูตทางวัฒนธรรมเลยก็ว่าได้

ในแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างทางด้านการรับประทานที่ไม่เหมือนกัน เช่น ประเทศที่มีอากาศค่อนข้างหนาวจะรับประทานอาหารที่มีรสจัดจ้าน เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกาย หรือการทานอาหารที่ขายตามข้างถนนซึ่งราคาถูก และยังมีให้เลือกอีกมากมาย เมื่อความสนใจในอาหารมีเพิ่มมากขึ้น บริษัททัวร์หลายแห่งจึงจัดทริปสำหรับการท่องเที่ยวเพื่อชิมอาหารท้องถิ่น ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ดีเลยทีเดียว

“อาหาร” นำเที่ยว

                ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า แต่ละประเทศจะมีวัฒนธรรมการกินที่แตกต่างกันไป อย่างในทวีปเอเชียเมื่อพูดถึงซูชิทุกคนต้องรู้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น มีลักษณะเป็นข้าวปั้นกลมและรี มีเนื้อสัตว์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเนื้อสัตว์ทะเลวางอยู่บนข้าว ทานกับโชยุหรือซิ๊วญี่ปุ่นและวาซาบิ ซูชิเพียงหนึ่งคำนี้ทำให้เกิดความสนใจมากมายในการท่องเที่ยวเช่น แหล่งปลูกข้าว ตลาดปลา โรงงานโชยุ และไร่วาซาบิ เหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะวาซาบิ เป็นผักที่มีรูปร่างประหลาดคล้ายกับตระกูลขิงข่า และที่สำคัญยังมีรสชาติที่เผ็ดแสบทานแล้วจะรู้สึกเผ็ดจนน้ำตาไหล พืชชนิดนี้ต้องปลูกในดินปนหิน และมีระบบน้ำที่ไหลเวียนตลอดเวลา เนื่องจากเป็นพืชประเภทเหง้าจึงต้องปลูกในสภาพอากาศที่ไม่เป็นพิษ ดังนั้นสถานที่สำหรับปลูกวาซาบิ จึงเป็นแหล่งที่มีอากาศสดชื่น เป็นที่ต้องตาต้องใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติยิ่งนัก

ใครที่เคยลิ้มรสไข่ปลาคาเวียร์จะรู้ดีว่ามีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และยังมีราคาแพง ไข่ปลาคาเวียร์นี้มาจากปลาสเตอร์เจียน ซึ่งการเพาะเลี้ยงปลาสเตอร์เจียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้น้ำจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ และต้องอยู่ในแหล่งที่ไม่มีมลพิษ ซึ่งสถานที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดและเลี้ยงปลาชนิดนี้ที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ประเทศรัสเซีย นอกจากจะเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลาแล้ว ยังเป็นเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมศึกษาวิธีการเพาะเลี้ยงและสัมผัสกับธรรมชาติที่ยังมีอยู่อย่างสมบูรณ์

หลายคนชอบการกินและยิ่งไปกว่านั้นการได้เรียนรู้วัฒนธรรมการกินของประเทศอื่น ๆ จะเป็นการต่อเติมความรู้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้การศึกษาหรือไปเยี่ยมชมในแหล่งกำเนิดของอาหารประเทศนั้น ๆ ยังเป็นการได้เปิดหูเปิดตาและเปิดโลกให้กว้างออกไปได้ไกลอีกด้วย เพราะความอยากรู้อยากเห็นจากการได้ลิ้มลองอาหารต่างชาติ เปรียบเสมือนการได้ซึมซับเอาความรู้สึกของคนในชาตินั้น ๆ มาด้วย ถือว่าอาหารเป็นทูตแห่งการท่องเที่ยวได้อย่างแท้จริง

 

“อินทผลัม” ผลไม้เศรษฐกิจ ปลูกง่าย กำไรงาม

                อินทผลัม หรือ อินทผาลัม เป็นพืชในตระกูลปาล์ม มีหลากหลายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งแบบทะเลทราย ลำต้นใช้สร้างบ้านได้ ผลมีคุณค่าทางอาหารสูงเพราะมีรสหวาน มีน้ำตาลช่วยให้กินแล้วสดชื่นและยังเก็บไว้ได้นาน สามารถนำมาถนอมอาหารได้ด้วยการตากแห้งทำให้เก็บไว้กินได้ข้ามปี เวลากินให้นำผลแห้งมาแช่น้ำ หลังจากนั้นอินทผลัมจะคืนสภาพและหอมหวานเหมือนเดิม

สาเหตุที่อินทผลัมเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะประเทศแถบทะเลทราย ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าเป็นพืชที่ปลูกง่ายในอากาศร้อน ผลมีรสชาติหอมหวานเหมาะกับคนในแถบร้อนที่อ่อนล้า อ่อนเพลียง่ายและยังสามารถเก็บไว้ได้นานอีกด้วย นอกจากนี้อินทผลัมยังมีสรรพคุณต่าง ๆ มากมายเช่น ไขมันต่ำ มีวิตามินเอ, วิตามินบี 1 บี 2 และบี 16, วิตามินเค, แคลเซียม เป็นต้น ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย กำจัดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย และป้องกันการเกิดมะเร็งได้เป็นอย่างดี

เหตุผลเหล่านี้ทำให้อินทผลัมกลายเป็นผลไม้เศรษฐกิจ ที่ทำกำไรมหาศาลให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการด้านการแปรรูป รวมไปถึงผู้จัดจำหน่ายอินทผลัมทั่วโลก

อินทผลัม แหล่งรายได้ใหม่ของเกษตรกรไทย

                สำหรับประเทศไทยนั้นอินทผลัมถือเป็นผลไม้ชนิดใหม่ จึงมีการปลูกที่ยังไม่แพร่หลาย ซึ่งเกษตรกรที่ปลูกพืชชนิดนี้จะอยู่ในบางพื้นที่ของประเทศเท่านั้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความแห้งแล้งและมีน้ำน้อย จังหวัดชัยภูมิเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สามารถปลูกอินทผลัมได้ โดยเกษตรกรในอำเภอหนองบัวแดงได้ปรับพื้นที่ให้เหมาะสมกับการปลูกพืชชนิดนี้ ซึ่งใช้เวลา 3 ปีก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ส่วนราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 700-1,500 บาท ถือเป็นรายได้ที่ค่อนข้างมากเลยทีเดียว       นอกจากจะพบว่าอินทผลัมสามารถปลูกได้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว ผลไม้ชนิดนี้ยังปลูกได้ในภาคกลางของประเทศไทยอีกด้วย โดยชาวนาจังหวัดอ่างทองใช้พื้นที่ทำนาจำนวน 7 ไร่ ในการปลูกอินทผลัมซึ่งใช้เวลาราว ๆ 2 ปี ในการรอเก็บเกี่ยวผลผลิตและเป็นที่น่าพอใจเพราะอินทผลัมของเขา ถูกลูกค้าจองตั้งแต่ยังไม่ออกผล ทำให้เขาขายผลไม้ชนิดนี้ได้ถึงกิโลกรัมละ 600-800 บาท และไม่ได้ปลูกเพื่อขายผลเท่านั้น แต่เขายังสามารถขยายต้นพันธุ์เพื่อขายเป็นไม้ประดับอีกด้วย ซึ่งขายในราคาเริ่มต้นที่ต้นละ 20,000 บาท

เกษตรกรชาวไทยได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ผลไม้เศรษฐกิจจากดินแดนทะเลทรายอย่างอินทผลัม ที่ดูเหมือนจะเจริญเติบโตได้ยากในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นอย่างบ้านเรา สามารถนำมาปรับปรุงพัฒนาพันธุ์ให้อยู่ได้ในทุกสภาพอากาศ และยังทำรายได้ที่มากกว่าอาชีพหลัก ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุน เพื่อพัฒนาให้ผลไม้เศรษฐกิจจากโลกอาหรับ กลายเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจเพื่อส่งออกของไทย เพื่อสร้างอาชีพใหม่ที่ยั่งยืนต่อเกษตรกรไทย

 

2 มะเร็งร้ายคร่าชีวิตบหญิง-ชายทั่วโลก

                เป็นที่ทราบกันดีว่ามะเร็งเกิดจากการกลายพันธุ์ของเซลล์ที่ตายแล้วในร่างกาย ทำให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติ จนพัฒนาเป็นก้อนเนื้อที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีการปกติ ซึ่งสามารถเกิดได้ในทุกส่วนของร่างกาย และสำหรับคนที่มีพันธุกรรมหรือเคยมีสมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็ง ก็จะมีโอกาสสูงต่อการป่วยเป็นโรคร้ายชนิดนี้ ส่วนโรคมะเร็งที่คนทั่วโลกทั้งชายและหญิงเป็นกันมากที่สุด คือ มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม

“มะเร็งปอด” อันดับ 1 การตายของผู้ชาย

                เฉลี่ยแล้วผู้ชายจะมีเปอร์เซ็นต์การสูบบุหรี่มากกว่าผู้หญิง โดยอายุเฉลี่ยของการสูบบุหรี่ในผู้ชายทั่วโลกนั้นจะอยู่ที่ 13 ปี บางคนหยุดสูบเมื่อผ่านไปแล้ว 10 กว่าปี ในขณะที่บางคนสูบบุหรี่จนสิ้นอายุขัย ส่วนใหญ่มักเริ่มจากการสูบเพื่อเป็นแฟชั่น และมีความรู้สึกต้องการเป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อน จนกระทั่งเสพติดการสูบบุหรี่จนไม่สามารถเลิกได้ เรียกว่าบุหรี่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยก็ว่าได้ เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ผู้ชายติดบุหรี่และมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้หญิง

มะเร็งปอดเกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ จะตรวจพบได้เมื่อมีขนาดใหญ่ มีจำนวนมาก และแพร่ไปตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอดก็คือบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 10-30 เท่า เนื่องจากสารในบุหรี่สามารถทำลายเซลล์ปอด โดยความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนปีที่สูบบุหรี่

การหลีกเลี่ยงมะเร็งปอดสิ่งสำคัญก็คือ ลด ละ หรือเลิกสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่ก็คือการเอาสารพิษเข้าร่างกาย ในขณะที่ทุกคนหลีกเลี่ยงที่จะสูดดมสารพิษ แต่สิงห์อมควันกลับทำตรงกันข้าม ดังนั้นถ้าไม่ต้องการทรมานเมื่อมีอายุมาก ก็ควรจะหยุดสูบบุหรี่เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอด

“มะเร็งเต้านม” ปมร้ายการตายของผู้หญิงทั่วโลก

มะเร็งเต้านม เป็นโรคมะเร็งที่เกิดจากเนื้อเยื่อที่มีความผิดปกติภายในเต้านม กลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็งและขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นก้อนเนื้อร้าย และลุกลามไปสู่เนื้อเยื่อข้างเคียง จากนั้นแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย สามารถพบได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย แต่พบในเพศชายในอัตราที่น้อยมาก ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้โดยเฉพาะในเพศหญิง ทั้งจากสภาพแวดล้อมภายนอก พฤติกรรม อายุที่มากขึ้น ไม่มีบุตร หรือมีประจำเดือนนานเกินไป ทั้งนี้บางปัจจัยสามารถแก้ไขได้ แต่บางปัจจัยก็ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน หรือความผิดปกติทางพันธุกรรม

การรักษามะเร็งเต้านมมีหลายวิธีได้แก่ วิธีการผ่าตัด การฉายรังสี หรือการรักษาด้วยเคมีบำบัด ซึ่งต้องอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ ส่วนผลของการรักษาอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอลง ผู้ป่วยอาจรับประทานอาหารได้น้อย อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ หรือมีปัญหาทางอารมณ์ มีภาวะบวมน้ำเหลืองและอาจพัฒนาให้เกิดมะเร็งบริเวณส่วนอื่นของร่างกายได้หากมะเร็งลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด

ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายสิ่งสำคัญคือการดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงการนำสารพิษเข้าสู่ร่างกาย ลด ละ เลิกการสูบบุหรี่และพบแพทย์ทันทีที่มีอาการไอแบบเรื้อรัง สำหรับผู้หญิงควรคำนึงถึงการเข้ารับการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น เพราะการป้องกันนั้นง่ายกว่าการรักษา ดังนั้นการปฏิบัติตนเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 

อุทาหรณ์สอนคน การเอาผิดกับข้าราชการสายโกง

                ขึ้นชื่อว่าข้าราชการก็คือพนักงานผู้รับใช้ประชาชน ฉะนั้นการปฏิบัติงานในภารกิจต่าง ๆ จึงต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบและโปร่งใส เพราะถือว่าข้าราชการคือบุคคลที่เป็นตัวแทนของราษฎร และได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่แทนประชาชน การปฏิบัติหน้าที่จึงควรใช้ความซื่อสัตย์เป็นที่ตั้ง แต่ก็มีหลายครั้งที่ความไม่ซื่อสัตย์ของข้าราชการบางคนได้ปรากฏขึ้นจากข่าวให้ประชาชนได้รับรู้กันทั่วหน้า ในขณะเดียวกันก็ยังมีข้าราชการน้ำดี ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่เหน็ดเหนื่อยและไม่ได้ประกาศให้โลกรับรู้เรื่องราวความดีของตน คล้ายกับผู้ปิดทองหลังพระ

“ฆ่าตัวตาย” จุดจบของข้าราชการสายโกง

                สืบเนื่องมาจากกรณีที่นักศึกษาฝึกงานได้ไปพบพิรุธ โดยเธอถูกบังคับให้ปลอมลายเซ็นของชาวบ้าน จากรายชื่อราษฎรผู้ลงทะเบียนรับเงินในฐานะผู้ยากไร้ เนื่องจากเธอกำลังศึกษาในสาขาสังคมสงเคราะห์ จึงทนไม่ได้กับพฤติกรรมขององค์กรนี้ การเข้าร้องเรียนต่อผู้อำนวยการสถาบันที่เธอกำลังศึกษาอยู่นั้นก็ไม่เป็นผล ซ้ำร้ายเธอยังถูกบังคับให้กราบขอขมาต่อบุคคลระดับสูงในองค์กรที่ถูกเธอกล่าวหาอีกด้วย แต่ความจริงก็คือความจริง เมื่อเรื่องราวถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์จนเกิดประเด็นเรื่องการทุจริตเงินของผู้ยากไร้ ตำรวจได้สืบสาวราวเรื่องจนพบว่ากระบวนการทุจริตครั้งนี้มีบุคคลระดับสูงเป็นหัวเรือใหญ่ พัวพันการคอร์รัปชั่น

จนกระทั่งตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งว่านายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้กินยาฆ่าตัวตายพร้อมภรรยาที่หมู่บ้านชวนชื่นบุ๊คไซค์ ตำบลบางคูวัด อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี และเสียชีวิตภายในบ้านพัก ส่วนภรรยานั้นอยู่ในอาการสาหัส เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานี สืบเนื่องมาจากการถูกสั่งย้ายให้ไปช่วยราชการในสำนักนายกรัฐมนตรี หลังถูกตรวจสอบว่ามีความผิดฐานมีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตเงินของผู้ยากไร้ และผู้ป่วยโรคเอดส์

เรียกว่าช็อคไปทั่วทั้งวงการข้าราชการ จากการกินยาฆ่าตัวตายของข้าราชการระดับสูงในครั้งนี้ เพราะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทุจริตเงินคนจนและความพยายามในการฆ่าตัวตาย

จุดจบสายโกง

เรามักจะเห็นการรณรงค์มากมายจากภาครัฐในเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชั่น แต่สิ่งที่มักจะปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง กลับเป็นบุคคลากรทางภาครัฐที่เป็นฝ่ายทุจริตเสียเอง ยิ่งไปกว่านั้นการสืบสาวราวเรื่องจากการทุจริตในองค์กรขนาดเล็กยั งเป็นชนวนให้พบเจอกับการคอร์รัปชั่นขนาดใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับสูงหลายคน แต่เมื่อใดก็ตามที่กระบวนการทุจริตไม่สำเร็จหรือถูกเปิดโปง ทำให้ความคิดที่จะจบชีวิตตัวเองไปพร้อมกับปัญหาและคดีความ กลายเป็นทางเลือกที่หนึ่ง

การมีอาชีพเป็นข้าราชการนั้น มีโอกาสสูงต่อการกระทำทุจริต เนื่องจากข้าราชการบางตำแหน่งมีอำนาจในการสั่งการ ดังนั้นการยืนหยัดต่อความซื่อตรง ซื่อสัตย์ จริงใจ จึงเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากต่อผู้คนในสายอาชีพนี้ แต่ถึงกระนั้นสิ่งที่ข้าราชการควรยึดถือไว้ในใจก็คือความซื่อสัตย์ เพื่อตัดวงจรอุบาทและไม่ต้องมีจุดจบเช่นนี้

 

พิษเศรษฐกิจขาลง บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกสั่งลดพนักงาน

                มหาวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ เป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ ซึ่งเป็นยุคของความตกต่ำทางเศรษฐกิจในฝั่งอเมริกา ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกเกิดการผันผวนและไม่คงที่ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ราคาทอง หรือแม้กระทั่งราคาหุ้น ก็เปลี่ยนแปลงไปจนอยู่ในจุดต่ำสุด เป็นผลให้การดำเนินการทางเศรษฐกิจทั่วโลกนั้นต้องชะงัก เมืองไทยเองก็มีเหตุการณ์วิกฤตอย่างนี้เช่นกัน คือเศรษฐกิจต่ำสุดในยุคต้มยำกุ้ง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วง พ.ศ. 2540 และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทุกรายอย่างทั่วถึง ธุรกิจหลายประเภทที่ต้านทานไม่ไหว จึงต้องปิดตัวลง พนักงานหลายแสนคนกลายเป็นคนว่างงานในทันที

เมื่อบริษัทต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของต้นทุน การลดจำนวนพนักงานจึงเป็นทางเลือกแรกที่ผู้ประกอบการจะคำนึงถึง เนื่องจากการเลิกจ้างนั้นทำได้โดยไม่ต้องใช้เวลามากนัก เพียงเสนอเงินเลิกจ้างซึ่งต้องเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่ายระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง จากนั้นก็ดำเนินการตามกฎหมายแรงงาน เพียงเท่านี้ก็สามารถยกเลิกการจ้างงานซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้

บริษัทต่างประเทศสั่งลดพนักงาน

การปรับโครงสร้างองค์กรนั้นเป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้บริษัทสั่งลดพนักงาน อย่างเช่นในฝั่งอังกฤษ ก็คือบริษัท โรส์ รอยซ์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตอะไหล่เครื่องบินรายใหญ่ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2018 ที่ผ่านมาว่า ต้องการปลดพนักงานจำนวน 4,600 คน เพื่อลดค่าใช้จ่ายรายปีกว่า 400 ล้านปอนด์ (ราว ๆ 17,200 ล้านบาท) ทางฝั่งออสเตรเลียก็ไม่น้อยหน้าซึ่งบริษัท เทลสตรา ยักษ์ใหญ่ในด้านการคมนาคม ได้สั่งปลดพนักงานจำนวน 8,000 ตำแหน่งในเดือนเดียวกันนี้ โดยระบุว่าต้องการแรงงานที่มีขนาดเล็กลงแต่คงด้วยคุณภาพ ดังนั้นจำเป็นต้องยุบบางตำแหน่งที่ไม่สำคัญออก เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานซ้ำซ้อน นอกจากการปรับโครงสร้างองค์กรแล้ว ความซบเซาของธุรกิจยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัทจำเป็นต้องสั่งลดพนักงาน ดังเช่น ดอยซ์แบงก์ เอจี (Deutsche Bank) ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ของเยอรมนีก็สั่งปลดพนักงานกว่า 7,000 ตำแหน่ง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลดต้นทุน เป็นผลมาจากความซบเซาทางเศรษฐกิจ

จะเห็นว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจกันทั่วหน้า ซึ่งส่งผลต่อแรงงานที่ไม่มีความจำเป็น โดยเฉพาะแรงงานที่สามารถทดแทนได้ด้วยเครื่องจักร ทำให้เกิดการสั่งปลดพนักงานจำนวนกว่าหมื่นตำแหน่ง

บริษัทไทยสั่งลดพนักงาน

                สำหรับประเทศไทยเองก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เพราะหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ออกแถลงการณ์สั่งปลดพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายรายปี หนึ่งในนั้นคือสถาบัณการเงินรายใหญ่ที่มีประวัติมายาวนานอย่างธนาคารไทยพาณิชย์ ก็ได้สั่งลดพนักงานลงกว่า 12,000 คน ภายใน 3 ปี และลดสาขาลงกว่า 700 สาขา เพื่อตอบรับการทำงานในยุคดิจิตอลที่ความสำคัญของพนักงานนั้นลดลงตามลำดับ นอกจากนี้ ดีแทค ผู้เป็นหนึ่งในบริษัทรายใหญ่ทางด้านการโทรคมนาคมของไทยยังสั่งปลดพนักงานกว่า 300 คน เนื่องจากบางตำแหน่งงานนั้นสามารถใช้เทคโนโลยีทดแทนได้ พนักงานในบางตำแหน่งจึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

จริง ๆ แล้ว ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่ธุรกิจยุคใหม่จะสั่งลดพนักงาน อันเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่สามารถเข้ามาทดแทนการจ้างงานมนุษย์ได้ ทำให้ตำแหน่งงานที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้คนต้องถูกตัดออกไป ดังนั้นพนักงานจะอยู่รอดได้ในยุคดิจิตอลเช่นนี้ จะต้องมีความรู้เรื่องเทคโนโลยีบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งการหาความรู้ใหม่ ๆ ในสมัยก็ทำได้ไม่ยาก สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการพัฒนาศักยภาพของตน เพื่อให้ไม่เป็นพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง