Author: admins admins

ชะลอความชราแบบออแกร์นิคด้วยผักผลไม้สีเขียว

                เราไม่สามารถฝืนธรรมชาติได้ โดยเฉพาะร่างกายที่ร่วงโรยไปตามกาลเวลา ผิวหนังเหี่ยวย่นและอวัยวะภายในเสื่อมสมรรถภาพ ล้วนเป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์ทุกคนต้องพบเจอ ถึงแม้จะไม่สามารถหยุดการแก่ชราได้ในฉับพลันทันที แต่เราสามารถชะลอความชราได้ด้วยการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการเต้นของหัวใจและยังทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า นอกจากนี้การรับประทานอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรรับประทายอาหารที่ไม่แปรรูป ไม่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการนำสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงการดื่มน้ำและพักผ่อนอย่างเพียงพอ

อาหารที่ช่วยชะลอความแก่มีหลายชนิด โดยมากจะพบในผักและผลไม้ ดังนั้นการทานผักหรือผลไม้วิธีที่ดีที่สุด ก็คือ การทานแบบสด สำคัญคือต้องล้างให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าหลาย ๆ รอบ เพื่อขจัดสิ่งแปลกปลอมไม่ว่าจะเป็นหนอน แมลง หรือแม้กระทั่งสารเคมีที่ตกค้างอยู่ เนื่องจากบางครั้งเราก็ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า ผักและผลไม้ที่ซื้อมานั้นปลอดสารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์

ผักผลไม้สีเขียว ชะลอความชราได้ดีที่สุด

                จากการวิจัยพบว่าผักผลไม้สีเขียวนั้นดีที่สุด สำหรับการรับประทานเพื่อชะลอความแก่ เพราะมีสารอาหารชนิดหนึ่งที่สำคัญก็คือ คลอโรฟิลล์ ซึ่งสารอาหารชนิดนี้จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของความแก่ ยับยั้งการเกิดริ้วรอย ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น ชะลอความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ดังนั้นผักผลไม้สีเขียวทุกชนิดจึงมีสารคลอโรฟิลล์

ผักสีเขียวที่มีคลอโรฟิลล์อยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ บร็อคโคลี่ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย บำรุงผิวพรรณ เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนัง ชะลอผิวพรรณไม่ให้เหี่ยวย่น บำรุงและรักษาสายตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน เนื่องจากบร็อคโคลี่เป็นผักที่มีแคลเซียมสูง

                กะหล่ำปลีสีเขียว มีกรดทาร์ทาริก ที่ช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำตาลและแป้งกลายเป็นไขมัน จึงมีส่วนในการช่วยลดน้ำหนักและคอเลสเตอรอลได้ บำรุงกระดูกและฟัน เพราะกะหล่ำปลีดิบอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัสซึ่งเป็นผลดีต่อการเสริมสร้างและบำรุงกระดูก ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง บำรุงผิวพรรณทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งคงความอ่อนเยาว์ และยังช่วยชะลอการเกิดผมหงอกเพราะมีเคราติน

ผลไม้สีเขียวที่ช่วยชะลอความชราได้ดีเช่น แอปเปิ้ลเขียว มีวิตามิน C ซึ่งพบว่าในแอปเปิ้ลเขียวมีมากกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ ช่วยบำรุงผิวพรรณชะลอความเหี่ยวย่น เพคตินจากแอปเปิ้ลเขียวจะไปดักจับคอเลสเตอรอล ก่อนที่จะถูกดูดกลับเข้าสู่ร่างกาย กล่าวคือช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันถูกดึงมาเก็บสะสมไว้ในร่างกายเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์สูงมากจึงเหมาะกับคนที่เป็นเบาหวาน

                องุ่นเขียว มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินอี และวิตามินบีอีกหลายชนิด ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความชรา บำรุงผิวพรรณ ช่วยระบบการขับถ่ายเป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้ท้องผูก ช่วยล้างลำไส้ และยังป้องกันโรคมะเร็งในช่องท้อง

จะเห็นว่าการดูแลสุขภาพด้วยการกินอย่างถูกวิธีนั้น ทำได้ด้วยการศึกษาถึงคุณประโยชน์ต่าง ๆ จากผักและผลไม้ ร่างกายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด จึงควรหมั่นดูแลและคิดก่อนทานเสมอ เราไม่สามารถฝืนความเป็นไปของธรรมชาติในเรื่องการเกิด แก่ เจ็บ ตายได้ แต่สามารถชะลอความชราได้โดยการใส่ใจ และเลือกสรรทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร

 

นักช้อปออนไลน์ ส่วนใหญ่แล้วเป็นชายหรือหญิง?

                ดูเหมือนว่าพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคในปัจจุบันนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ช้อปปิ้งผ่านสมาร์ทโฟนมากที่สุด และรองลงมาก็คือโน้ตบุ๊ค ข้อดีของการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์คือความสะดวกสบาย สามารถเลือกช้อปในวันและเวลาใดก็ได้ และยังเปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลาย ๆ ร้านได้ นอกจากนี้ยังประหยัดเงินและเวลาในการเดินทางไปหน้าร้าน โดยเสื้อผ้ายังคงเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มลูกค้าผู้หญิง ส่วนผู้ชายจะเป็นอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี หรืออุปกรณ์สำหรับรถยนต์

พฤติกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ของลูกค้าฝ่ายชาย

จากผลสำรวจพบว่าสินค้าที่ผู้บริโภคฝ่ายชายนิยมซื้อออนไลน์มากที่สุด คือสินค้าประเภทคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีต่าง ๆ เนื่องจากสะดวกและยังสามารถเปรียบเทียบราคาจากหลาย ๆ ร้านได้ นอกจากนี้การต่อรองราคาโดยไม่เห็นหน้ายังเป็นอีกเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ผู้ชายสนใจซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าฝ่ายชายส่วนใหญ่จะพิจารณาถึงความจำเป็นของสิ่งของนั้น ๆ ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์และจะไม่ต่อรองราคามากเหมือนนักช้อปฝ่ายหญิง

การช้อปปิ้งสินค้าออนไลน์ประเภทอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีของผู้บริโภคฝ่ายชาย ทำให้เห็นว่านักช้อปฝ่ายชายนั้นค่อนข้างมีกำลังซื้อ ซึ่งซื้อในจำนวนน้อยแต่จ่ายราคาสินค้าครั้งละมาก ๆ ที่สำคัญยังศึกษารายละเอียดของสินค้านั้น ๆ ด้วยตัวเอง ไม่ได้ศึกษาผ่านผู้ขาย เพื่อป้องกันการถูกจูงใจให้ซื้อสินค้าในราคาแพงโดยปราศจากความรู้ นักช้อปชายจะมีการซื้อสินค้าในลักษณะที่ศึกษามาก่อน และตัดสินใจซื้อทันทีเพื่อป้องกันการเสียหน้า

นักช้อปฝ่ายหญิงไม่น้อยหน้า ซื้อสินค้าออนไลน์เดือนละหลายหน

                เสื้อผ้าและเครื่องประดับยังคงเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในผู้บริโภคฝ่ายหญิง จากการสำรวจพบว่าผู้หญิงบางคนซื้อสินค้าออนไลน์มากกว่า 3 ครั้งต่อเดือน โดยเวลาช้อปของผู้หญิงเฉลี่ยคือ 12.00 – 14.00 น. และอีกครั้งคือ 18.00 – 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละประเทศ และจากการสำรวจส่วนใหญ่มักจะซื้อสินค้าตามอารมณ์ โดยเฉพาะเมื่อมีโปรโมชั่นลดราคา หรือการโฆษณาแบบปากต่อปากของผู้หญิงในกลุ่มเดียวกัน และจะพิจารณาในเรื่องของราคาและปริมาณเป็นหลักเช่น ซื้อ 2 ชิ้นราคาถูกกว่า หรือซื้อ 1 แถม 1 ส่วนเรื่องการพิจารณาคุณภาพจะรองลงมา เนื่องจากสินค้าที่ฝ่ายหญิงซื้อส่วนใหญ่เป็นสินค้าในกระแส ดังนั้นเมื่อหมดกระแสก็จะเลิกใช้ไปโดยปริยาย จึงไม่ต้องคำนึงถึงคุณภาพมากนัก

การช้อปปิ้งออนไลน์ในกลุ่มผู้หญิงนั้นดูจะเป็นที่นิยมไปทั่วโลก โดยเฉพาะผู้หญิงในโลกอาหรับหรือแถบตะวันออกกลาง เนื่องจากปัญหาการเมืองภายในประเทศทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างศาสนาและผู้นับถือศาสนาที่มีนิกายแตกต่างกัน เป็นผลให้มีความเชื่อที่แตกต่างกัน นำไปสู่ความขัดแย้งจนเกิดการทำร้ายร่างกายและสงครามกลางเมืองขนาดย่อม ๆ ส่งผลให้ผู้หญิงอาหรับกลัวการออกไปทำธุระนอกบ้าน การช้อปปิ้งออนไลน์จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเนื่องจากสะดวก ปลอดภัย และไร้ความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

สรุปว่านักช้อปทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ต่างก็มีการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ความแตกต่างของพฤติกรรมการช้อปก็ไม่เหมือนกัน ฝ่ายชายมักจะซื้อสินค้าในปริมาณน้อยแต่ราคาสูง ส่วนฝ่ายหญิงจะเน้นที่โปรโมชั่นและปริมาณ นอกจากนี้ยังมีความถี่ในการซื้อมากกว่าผู้ชาย จะเห็นว่าการช้อปปิ้งออนไลน์นั้นมีทั้งในผู้บริโภคหญิงและชายแต่ต่างกันแค่พฤติกรรมการช้อปเท่านั้นเอง

 

“อาหาร” ทูตแห่งการท่องเที่ยว ที่หลายประเทศใช้ได้ผล

                จะเห็นได้ว่าความนิยมต่ออาหารต่างชาติในไทยนั้นมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต หนัง หรือซีรี่ย์ต่างประเทศที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในช่วงใดช่วงหนึ่ง อาหารเป็นเหมือนกับโฆษณาที่ทำให้คนต่างประเทศสนใจในวัฒนธรรมของประเทศนั้น เรียกว่าอาหารเป็นทูตทางวัฒนธรรมเลยก็ว่าได้

ในแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างทางด้านการรับประทานที่ไม่เหมือนกัน เช่น ประเทศที่มีอากาศค่อนข้างหนาวจะรับประทานอาหารที่มีรสจัดจ้าน เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกาย หรือการทานอาหารที่ขายตามข้างถนนซึ่งราคาถูก และยังมีให้เลือกอีกมากมาย เมื่อความสนใจในอาหารมีเพิ่มมากขึ้น บริษัททัวร์หลายแห่งจึงจัดทริปสำหรับการท่องเที่ยวเพื่อชิมอาหารท้องถิ่น ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ดีเลยทีเดียว

“อาหาร” นำเที่ยว

                ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า แต่ละประเทศจะมีวัฒนธรรมการกินที่แตกต่างกันไป อย่างในทวีปเอเชียเมื่อพูดถึงซูชิทุกคนต้องรู้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น มีลักษณะเป็นข้าวปั้นกลมและรี มีเนื้อสัตว์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเนื้อสัตว์ทะเลวางอยู่บนข้าว ทานกับโชยุหรือซิ๊วญี่ปุ่นและวาซาบิ ซูชิเพียงหนึ่งคำนี้ทำให้เกิดความสนใจมากมายในการท่องเที่ยวเช่น แหล่งปลูกข้าว ตลาดปลา โรงงานโชยุ และไร่วาซาบิ เหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะวาซาบิ เป็นผักที่มีรูปร่างประหลาดคล้ายกับตระกูลขิงข่า และที่สำคัญยังมีรสชาติที่เผ็ดแสบทานแล้วจะรู้สึกเผ็ดจนน้ำตาไหล พืชชนิดนี้ต้องปลูกในดินปนหิน และมีระบบน้ำที่ไหลเวียนตลอดเวลา เนื่องจากเป็นพืชประเภทเหง้าจึงต้องปลูกในสภาพอากาศที่ไม่เป็นพิษ ดังนั้นสถานที่สำหรับปลูกวาซาบิ จึงเป็นแหล่งที่มีอากาศสดชื่น เป็นที่ต้องตาต้องใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติยิ่งนัก

ใครที่เคยลิ้มรสไข่ปลาคาเวียร์จะรู้ดีว่ามีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และยังมีราคาแพง ไข่ปลาคาเวียร์นี้มาจากปลาสเตอร์เจียน ซึ่งการเพาะเลี้ยงปลาสเตอร์เจียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้น้ำจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ และต้องอยู่ในแหล่งที่ไม่มีมลพิษ ซึ่งสถานที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดและเลี้ยงปลาชนิดนี้ที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ประเทศรัสเซีย นอกจากจะเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลาแล้ว ยังเป็นเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมศึกษาวิธีการเพาะเลี้ยงและสัมผัสกับธรรมชาติที่ยังมีอยู่อย่างสมบูรณ์

หลายคนชอบการกินและยิ่งไปกว่านั้นการได้เรียนรู้วัฒนธรรมการกินของประเทศอื่น ๆ จะเป็นการต่อเติมความรู้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้การศึกษาหรือไปเยี่ยมชมในแหล่งกำเนิดของอาหารประเทศนั้น ๆ ยังเป็นการได้เปิดหูเปิดตาและเปิดโลกให้กว้างออกไปได้ไกลอีกด้วย เพราะความอยากรู้อยากเห็นจากการได้ลิ้มลองอาหารต่างชาติ เปรียบเสมือนการได้ซึมซับเอาความรู้สึกของคนในชาตินั้น ๆ มาด้วย ถือว่าอาหารเป็นทูตแห่งการท่องเที่ยวได้อย่างแท้จริง

 

“อินทผลัม” ผลไม้เศรษฐกิจ ปลูกง่าย กำไรงาม

                อินทผลัม หรือ อินทผาลัม เป็นพืชในตระกูลปาล์ม มีหลากหลายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งแบบทะเลทราย ลำต้นใช้สร้างบ้านได้ ผลมีคุณค่าทางอาหารสูงเพราะมีรสหวาน มีน้ำตาลช่วยให้กินแล้วสดชื่นและยังเก็บไว้ได้นาน สามารถนำมาถนอมอาหารได้ด้วยการตากแห้งทำให้เก็บไว้กินได้ข้ามปี เวลากินให้นำผลแห้งมาแช่น้ำ หลังจากนั้นอินทผลัมจะคืนสภาพและหอมหวานเหมือนเดิม

สาเหตุที่อินทผลัมเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะประเทศแถบทะเลทราย ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าเป็นพืชที่ปลูกง่ายในอากาศร้อน ผลมีรสชาติหอมหวานเหมาะกับคนในแถบร้อนที่อ่อนล้า อ่อนเพลียง่ายและยังสามารถเก็บไว้ได้นานอีกด้วย นอกจากนี้อินทผลัมยังมีสรรพคุณต่าง ๆ มากมายเช่น ไขมันต่ำ มีวิตามินเอ, วิตามินบี 1 บี 2 และบี 16, วิตามินเค, แคลเซียม เป็นต้น ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย กำจัดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย และป้องกันการเกิดมะเร็งได้เป็นอย่างดี

เหตุผลเหล่านี้ทำให้อินทผลัมกลายเป็นผลไม้เศรษฐกิจ ที่ทำกำไรมหาศาลให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการด้านการแปรรูป รวมไปถึงผู้จัดจำหน่ายอินทผลัมทั่วโลก

อินทผลัม แหล่งรายได้ใหม่ของเกษตรกรไทย

                สำหรับประเทศไทยนั้นอินทผลัมถือเป็นผลไม้ชนิดใหม่ จึงมีการปลูกที่ยังไม่แพร่หลาย ซึ่งเกษตรกรที่ปลูกพืชชนิดนี้จะอยู่ในบางพื้นที่ของประเทศเท่านั้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความแห้งแล้งและมีน้ำน้อย จังหวัดชัยภูมิเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สามารถปลูกอินทผลัมได้ โดยเกษตรกรในอำเภอหนองบัวแดงได้ปรับพื้นที่ให้เหมาะสมกับการปลูกพืชชนิดนี้ ซึ่งใช้เวลา 3 ปีก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ส่วนราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 700-1,500 บาท ถือเป็นรายได้ที่ค่อนข้างมากเลยทีเดียว       นอกจากจะพบว่าอินทผลัมสามารถปลูกได้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว ผลไม้ชนิดนี้ยังปลูกได้ในภาคกลางของประเทศไทยอีกด้วย โดยชาวนาจังหวัดอ่างทองใช้พื้นที่ทำนาจำนวน 7 ไร่ ในการปลูกอินทผลัมซึ่งใช้เวลาราว ๆ 2 ปี ในการรอเก็บเกี่ยวผลผลิตและเป็นที่น่าพอใจเพราะอินทผลัมของเขา ถูกลูกค้าจองตั้งแต่ยังไม่ออกผล ทำให้เขาขายผลไม้ชนิดนี้ได้ถึงกิโลกรัมละ 600-800 บาท และไม่ได้ปลูกเพื่อขายผลเท่านั้น แต่เขายังสามารถขยายต้นพันธุ์เพื่อขายเป็นไม้ประดับอีกด้วย ซึ่งขายในราคาเริ่มต้นที่ต้นละ 20,000 บาท

เกษตรกรชาวไทยได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ผลไม้เศรษฐกิจจากดินแดนทะเลทรายอย่างอินทผลัม ที่ดูเหมือนจะเจริญเติบโตได้ยากในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นอย่างบ้านเรา สามารถนำมาปรับปรุงพัฒนาพันธุ์ให้อยู่ได้ในทุกสภาพอากาศ และยังทำรายได้ที่มากกว่าอาชีพหลัก ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุน เพื่อพัฒนาให้ผลไม้เศรษฐกิจจากโลกอาหรับ กลายเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจเพื่อส่งออกของไทย เพื่อสร้างอาชีพใหม่ที่ยั่งยืนต่อเกษตรกรไทย

 

2 มะเร็งร้ายคร่าชีวิตบหญิง-ชายทั่วโลก

                เป็นที่ทราบกันดีว่ามะเร็งเกิดจากการกลายพันธุ์ของเซลล์ที่ตายแล้วในร่างกาย ทำให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติ จนพัฒนาเป็นก้อนเนื้อที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีการปกติ ซึ่งสามารถเกิดได้ในทุกส่วนของร่างกาย และสำหรับคนที่มีพันธุกรรมหรือเคยมีสมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็ง ก็จะมีโอกาสสูงต่อการป่วยเป็นโรคร้ายชนิดนี้ ส่วนโรคมะเร็งที่คนทั่วโลกทั้งชายและหญิงเป็นกันมากที่สุด คือ มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม

“มะเร็งปอด” อันดับ 1 การตายของผู้ชาย

                เฉลี่ยแล้วผู้ชายจะมีเปอร์เซ็นต์การสูบบุหรี่มากกว่าผู้หญิง โดยอายุเฉลี่ยของการสูบบุหรี่ในผู้ชายทั่วโลกนั้นจะอยู่ที่ 13 ปี บางคนหยุดสูบเมื่อผ่านไปแล้ว 10 กว่าปี ในขณะที่บางคนสูบบุหรี่จนสิ้นอายุขัย ส่วนใหญ่มักเริ่มจากการสูบเพื่อเป็นแฟชั่น และมีความรู้สึกต้องการเป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อน จนกระทั่งเสพติดการสูบบุหรี่จนไม่สามารถเลิกได้ เรียกว่าบุหรี่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยก็ว่าได้ เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ผู้ชายติดบุหรี่และมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้หญิง

มะเร็งปอดเกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ จะตรวจพบได้เมื่อมีขนาดใหญ่ มีจำนวนมาก และแพร่ไปตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอดก็คือบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 10-30 เท่า เนื่องจากสารในบุหรี่สามารถทำลายเซลล์ปอด โดยความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนปีที่สูบบุหรี่

การหลีกเลี่ยงมะเร็งปอดสิ่งสำคัญก็คือ ลด ละ หรือเลิกสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่ก็คือการเอาสารพิษเข้าร่างกาย ในขณะที่ทุกคนหลีกเลี่ยงที่จะสูดดมสารพิษ แต่สิงห์อมควันกลับทำตรงกันข้าม ดังนั้นถ้าไม่ต้องการทรมานเมื่อมีอายุมาก ก็ควรจะหยุดสูบบุหรี่เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอด

“มะเร็งเต้านม” ปมร้ายการตายของผู้หญิงทั่วโลก

มะเร็งเต้านม เป็นโรคมะเร็งที่เกิดจากเนื้อเยื่อที่มีความผิดปกติภายในเต้านม กลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็งและขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นก้อนเนื้อร้าย และลุกลามไปสู่เนื้อเยื่อข้างเคียง จากนั้นแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย สามารถพบได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย แต่พบในเพศชายในอัตราที่น้อยมาก ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้โดยเฉพาะในเพศหญิง ทั้งจากสภาพแวดล้อมภายนอก พฤติกรรม อายุที่มากขึ้น ไม่มีบุตร หรือมีประจำเดือนนานเกินไป ทั้งนี้บางปัจจัยสามารถแก้ไขได้ แต่บางปัจจัยก็ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน หรือความผิดปกติทางพันธุกรรม

การรักษามะเร็งเต้านมมีหลายวิธีได้แก่ วิธีการผ่าตัด การฉายรังสี หรือการรักษาด้วยเคมีบำบัด ซึ่งต้องอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ ส่วนผลของการรักษาอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอลง ผู้ป่วยอาจรับประทานอาหารได้น้อย อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ หรือมีปัญหาทางอารมณ์ มีภาวะบวมน้ำเหลืองและอาจพัฒนาให้เกิดมะเร็งบริเวณส่วนอื่นของร่างกายได้หากมะเร็งลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด

ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายสิ่งสำคัญคือการดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงการนำสารพิษเข้าสู่ร่างกาย ลด ละ เลิกการสูบบุหรี่และพบแพทย์ทันทีที่มีอาการไอแบบเรื้อรัง สำหรับผู้หญิงควรคำนึงถึงการเข้ารับการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น เพราะการป้องกันนั้นง่ายกว่าการรักษา ดังนั้นการปฏิบัติตนเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 

อุทาหรณ์สอนคน การเอาผิดกับข้าราชการสายโกง

                ขึ้นชื่อว่าข้าราชการก็คือพนักงานผู้รับใช้ประชาชน ฉะนั้นการปฏิบัติงานในภารกิจต่าง ๆ จึงต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบและโปร่งใส เพราะถือว่าข้าราชการคือบุคคลที่เป็นตัวแทนของราษฎร และได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่แทนประชาชน การปฏิบัติหน้าที่จึงควรใช้ความซื่อสัตย์เป็นที่ตั้ง แต่ก็มีหลายครั้งที่ความไม่ซื่อสัตย์ของข้าราชการบางคนได้ปรากฏขึ้นจากข่าวให้ประชาชนได้รับรู้กันทั่วหน้า ในขณะเดียวกันก็ยังมีข้าราชการน้ำดี ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่เหน็ดเหนื่อยและไม่ได้ประกาศให้โลกรับรู้เรื่องราวความดีของตน คล้ายกับผู้ปิดทองหลังพระ

“ฆ่าตัวตาย” จุดจบของข้าราชการสายโกง

                สืบเนื่องมาจากกรณีที่นักศึกษาฝึกงานได้ไปพบพิรุธ โดยเธอถูกบังคับให้ปลอมลายเซ็นของชาวบ้าน จากรายชื่อราษฎรผู้ลงทะเบียนรับเงินในฐานะผู้ยากไร้ เนื่องจากเธอกำลังศึกษาในสาขาสังคมสงเคราะห์ จึงทนไม่ได้กับพฤติกรรมขององค์กรนี้ การเข้าร้องเรียนต่อผู้อำนวยการสถาบันที่เธอกำลังศึกษาอยู่นั้นก็ไม่เป็นผล ซ้ำร้ายเธอยังถูกบังคับให้กราบขอขมาต่อบุคคลระดับสูงในองค์กรที่ถูกเธอกล่าวหาอีกด้วย แต่ความจริงก็คือความจริง เมื่อเรื่องราวถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์จนเกิดประเด็นเรื่องการทุจริตเงินของผู้ยากไร้ ตำรวจได้สืบสาวราวเรื่องจนพบว่ากระบวนการทุจริตครั้งนี้มีบุคคลระดับสูงเป็นหัวเรือใหญ่ พัวพันการคอร์รัปชั่น

จนกระทั่งตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งว่านายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้กินยาฆ่าตัวตายพร้อมภรรยาที่หมู่บ้านชวนชื่นบุ๊คไซค์ ตำบลบางคูวัด อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี และเสียชีวิตภายในบ้านพัก ส่วนภรรยานั้นอยู่ในอาการสาหัส เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานี สืบเนื่องมาจากการถูกสั่งย้ายให้ไปช่วยราชการในสำนักนายกรัฐมนตรี หลังถูกตรวจสอบว่ามีความผิดฐานมีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตเงินของผู้ยากไร้ และผู้ป่วยโรคเอดส์

เรียกว่าช็อคไปทั่วทั้งวงการข้าราชการ จากการกินยาฆ่าตัวตายของข้าราชการระดับสูงในครั้งนี้ เพราะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทุจริตเงินคนจนและความพยายามในการฆ่าตัวตาย

จุดจบสายโกง

เรามักจะเห็นการรณรงค์มากมายจากภาครัฐในเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชั่น แต่สิ่งที่มักจะปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง กลับเป็นบุคคลากรทางภาครัฐที่เป็นฝ่ายทุจริตเสียเอง ยิ่งไปกว่านั้นการสืบสาวราวเรื่องจากการทุจริตในองค์กรขนาดเล็กยั งเป็นชนวนให้พบเจอกับการคอร์รัปชั่นขนาดใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับสูงหลายคน แต่เมื่อใดก็ตามที่กระบวนการทุจริตไม่สำเร็จหรือถูกเปิดโปง ทำให้ความคิดที่จะจบชีวิตตัวเองไปพร้อมกับปัญหาและคดีความ กลายเป็นทางเลือกที่หนึ่ง

การมีอาชีพเป็นข้าราชการนั้น มีโอกาสสูงต่อการกระทำทุจริต เนื่องจากข้าราชการบางตำแหน่งมีอำนาจในการสั่งการ ดังนั้นการยืนหยัดต่อความซื่อตรง ซื่อสัตย์ จริงใจ จึงเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากต่อผู้คนในสายอาชีพนี้ แต่ถึงกระนั้นสิ่งที่ข้าราชการควรยึดถือไว้ในใจก็คือความซื่อสัตย์ เพื่อตัดวงจรอุบาทและไม่ต้องมีจุดจบเช่นนี้

 

พิษเศรษฐกิจขาลง บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกสั่งลดพนักงาน

                มหาวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ เป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ ซึ่งเป็นยุคของความตกต่ำทางเศรษฐกิจในฝั่งอเมริกา ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกเกิดการผันผวนและไม่คงที่ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ราคาทอง หรือแม้กระทั่งราคาหุ้น ก็เปลี่ยนแปลงไปจนอยู่ในจุดต่ำสุด เป็นผลให้การดำเนินการทางเศรษฐกิจทั่วโลกนั้นต้องชะงัก เมืองไทยเองก็มีเหตุการณ์วิกฤตอย่างนี้เช่นกัน คือเศรษฐกิจต่ำสุดในยุคต้มยำกุ้ง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วง พ.ศ. 2540 และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทุกรายอย่างทั่วถึง ธุรกิจหลายประเภทที่ต้านทานไม่ไหว จึงต้องปิดตัวลง พนักงานหลายแสนคนกลายเป็นคนว่างงานในทันที

เมื่อบริษัทต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของต้นทุน การลดจำนวนพนักงานจึงเป็นทางเลือกแรกที่ผู้ประกอบการจะคำนึงถึง เนื่องจากการเลิกจ้างนั้นทำได้โดยไม่ต้องใช้เวลามากนัก เพียงเสนอเงินเลิกจ้างซึ่งต้องเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่ายระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง จากนั้นก็ดำเนินการตามกฎหมายแรงงาน เพียงเท่านี้ก็สามารถยกเลิกการจ้างงานซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้

บริษัทต่างประเทศสั่งลดพนักงาน

การปรับโครงสร้างองค์กรนั้นเป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้บริษัทสั่งลดพนักงาน อย่างเช่นในฝั่งอังกฤษ ก็คือบริษัท โรส์ รอยซ์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตอะไหล่เครื่องบินรายใหญ่ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2018 ที่ผ่านมาว่า ต้องการปลดพนักงานจำนวน 4,600 คน เพื่อลดค่าใช้จ่ายรายปีกว่า 400 ล้านปอนด์ (ราว ๆ 17,200 ล้านบาท) ทางฝั่งออสเตรเลียก็ไม่น้อยหน้าซึ่งบริษัท เทลสตรา ยักษ์ใหญ่ในด้านการคมนาคม ได้สั่งปลดพนักงานจำนวน 8,000 ตำแหน่งในเดือนเดียวกันนี้ โดยระบุว่าต้องการแรงงานที่มีขนาดเล็กลงแต่คงด้วยคุณภาพ ดังนั้นจำเป็นต้องยุบบางตำแหน่งที่ไม่สำคัญออก เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานซ้ำซ้อน นอกจากการปรับโครงสร้างองค์กรแล้ว ความซบเซาของธุรกิจยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัทจำเป็นต้องสั่งลดพนักงาน ดังเช่น ดอยซ์แบงก์ เอจี (Deutsche Bank) ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ของเยอรมนีก็สั่งปลดพนักงานกว่า 7,000 ตำแหน่ง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลดต้นทุน เป็นผลมาจากความซบเซาทางเศรษฐกิจ

จะเห็นว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจกันทั่วหน้า ซึ่งส่งผลต่อแรงงานที่ไม่มีความจำเป็น โดยเฉพาะแรงงานที่สามารถทดแทนได้ด้วยเครื่องจักร ทำให้เกิดการสั่งปลดพนักงานจำนวนกว่าหมื่นตำแหน่ง

บริษัทไทยสั่งลดพนักงาน

                สำหรับประเทศไทยเองก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เพราะหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ออกแถลงการณ์สั่งปลดพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายรายปี หนึ่งในนั้นคือสถาบัณการเงินรายใหญ่ที่มีประวัติมายาวนานอย่างธนาคารไทยพาณิชย์ ก็ได้สั่งลดพนักงานลงกว่า 12,000 คน ภายใน 3 ปี และลดสาขาลงกว่า 700 สาขา เพื่อตอบรับการทำงานในยุคดิจิตอลที่ความสำคัญของพนักงานนั้นลดลงตามลำดับ นอกจากนี้ ดีแทค ผู้เป็นหนึ่งในบริษัทรายใหญ่ทางด้านการโทรคมนาคมของไทยยังสั่งปลดพนักงานกว่า 300 คน เนื่องจากบางตำแหน่งงานนั้นสามารถใช้เทคโนโลยีทดแทนได้ พนักงานในบางตำแหน่งจึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

จริง ๆ แล้ว ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่ธุรกิจยุคใหม่จะสั่งลดพนักงาน อันเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่สามารถเข้ามาทดแทนการจ้างงานมนุษย์ได้ ทำให้ตำแหน่งงานที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้คนต้องถูกตัดออกไป ดังนั้นพนักงานจะอยู่รอดได้ในยุคดิจิตอลเช่นนี้ จะต้องมีความรู้เรื่องเทคโนโลยีบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งการหาความรู้ใหม่ ๆ ในสมัยก็ทำได้ไม่ยาก สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการพัฒนาศักยภาพของตน เพื่อให้ไม่เป็นพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง

 

วัฒนธรรมการ “ขอโทษ” ของคนญี่ปุ่นนั้นสำคัญไฉน

                การขอโทษเป็นสิ่งที่ต้องทำเมื่อรู้ว่าตนทำผิด เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความรู้สึกของผู้เสียหายและเป็นการแสดงออกถึงความสำนึกในการทำผิดของตน ญี่ปุ่นเป็นชาติที่เรามักจะเห็นอยู่บ่อยครั้งในเรื่องของการออกมาขอโทษต่อสาธารณชน ถึงแม้ว่าบางเรื่องนั้นจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม การแสดงออกเช่นนี้ทำให้ผู้กระทำผิดสามารถใช้ชีวิตต่อไปในสังคมได้อย่างสบายใจและไม่รู้สึกติดค้าง

แถลงการณ์ขอโทษของบริษัทใหญ่ในญี่ปุ่น

                หลายครั้งที่บริษัทต่าง ๆ ในญี่ปุ่นจัดแถลงการณ์ใหญ่โต แต่มิได้เพื่อการประชาสัมพันธ์ทางธุรกิจแต่อย่างใด ทั้งหมดนั้นก็เพื่อการขอโทษและแสดงความสำนึกผิดต่อหน้าประชาชน ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2018 ที่ผ่านมา การประปาของเมืองโกเบได้ออกมาแถลงข่าวขอโทษต่อประชาชน เนื่องจากพนักงานวัย 64 ปี ได้ใช้เวลา 3 นาที ของเวลาการทำงานออกไปข้างนอก เพื่อซื้อข้าวกล่องที่ร้านใกล้เคียงรวมทั้งหมด 26 ครั้ง ทำให้ผู้บริหารระดับสูงของการประปาต้องออกมาแถลงการณ์ขอโทษต่อประชาชนยกใหญ่ พร้อมโค้งคำนับต่ำเพื่อแสดงความสำนึกผิด นอกจากนี้ยังทำการลงโทษต่อพนักงานต้นเรื่องด้วยการลดเงินเดือนลงครึ่งหนึ่ง

นอกจากนี้ในเดือนพฤษภาคม บริษัท เวสต์ เจแปน เรลเวย์ หรือ เจอาร์ เวสต์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟในภูมิภาคตะวันตกของญี่ปุ่น ได้ออกมาแถลงการณ์ขอโทษผู้โดยสาร เนื่องจากปล่อยให้รถไฟออกมาก่อนกำหนด 25 วินาที สำหรับผู้บริหารแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้ จึงออกแถลงการณ์ขอโทษต่อประชาชนผู้ใช้บริการอย่างเร่งด่วน ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ก็ได้เกิดขึ้นกับบริษัท สึกุบะ เอ็กซ์เพรส ผู้รับผิดชอบการเดินรถไฟในกรุงโตเกียวกับย่านปริมณฑลทางตอนเหนือ ซึ่งรถไฟขบวนเช้าของวันที่ 14 พฤศจิกายน ออกจากสถานี มินามิ นากาเรยามะ เร็วกว่ากำหนดเวลาที่แจ้งไว้ 20 วินาที

ความไม่ตรงต่อเวลาแม้เพียงเสี้ยววินาทีเช่นนี้อาจทำให้ระบบต่าง ๆ ของการเดินรถไฟเกิดความผิดพลาด และอาจทำให้ผู้โดยสารไม่สามารถไปถึงที่หมายได้ตรงตามเวลาที่กำหนด เป็นผลให้ทางบริษัทเดินรถไฟรู้สึกผิดและออกมาแถลงข่าวขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชนกันยกใหญ่

คนดังญี่ปุ่นออกแถลงการณ์ขอโทษ

                นอกจากบริษัทใหญ่จะออกมาขอโทษต่อประชาชนในเรื่องความผิดพลาดของการทำงานแล้ว คนดังหลายคนในญี่ปุ่นก็ได้ออกแถลงการณ์เพื่อขอโทษต่อพฤติกรรมฉาวของตนเช่นกัน ล่าสุดสมาชิกจากวงบอยแบนด์ชื่อดังในญี่ปุ่น ทัตสุยะ ยามางุจิ ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษพร้อมหลั่งน้ำตา กรณีล่อลวงเด็กสาววัย 16 ปี ไปที่บ้านของตน พร้อมทำการล่วงเกิน โดยเจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศแต่อย่างใด ทางครอบครัวของเด็กสาวยอมรับคำขอโทษและไม่เอาผิดกับเขา แต่ถึงกระนั้นทางบริษัทเพลงต้นสังกัดก็ได้สั่งยุติบทบาทการเป็นสมาชิกของวงเรียบร้อยแล้ว

ญี่ปุ่นเป็นชาติที่ทั่วโลกรับรู้ว่าประชากรมีวินัยสูง ประชาชนทุกคนถูกฝึกเรื่องวินัยและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นตั้งแต่เด็ก ดังนั้นการขอโทษจึงเป็นสิ่งสำคัญเมื่อกระทำผิด ซึ่งการแสดงความสำนึกผิดและความรู้สึกเสียใจต่อพฤติกรรมไม่ดีของตน เป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นยอมรับและเป็นการแสดงออก เพื่อรอรับการพิจารณาว่าควรจะได้รับการอภัยหรือไม่ กระบวนการสั่งสอนทางจิตวิทยาเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ในเอเชีย และเป็นที่น่าเอาเยี่ยงอย่างของพลเมืองโลก

 

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ยอมรับเฟสบุ๊คทำข้อมูลรั่วไหล

หลังจากเป็นข่าวคราวใหญ่โต เนื่องจากมีข้อมูลว่าบริษัทที่ปรึกษาของประเทศอังกฤษ ที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางด้านการเมืองให้ประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ ได้ลักลอบนำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการเฟสบุ๊คไปใช้ประโยชน์ เพื่อช่วยสนับสนุนให้ประธานาธิบดีทรัมป์ สามารถเอาชนะการเข้าชิงเลือกตั้งได้ในปี 2016 ซึ่งในกรณีนี้มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเฟสบุ๊ค ก็ได้ออกมายอมรับและขอโทษ ที่เขาปล่อยให้มีการนำเอาข้อมูลของส่วนตัวของผู้ใช้บริการไปใช้อย่างไม่เหมาะสม

มาร์ค ขอโทษ ข้อมูลรั่วไหลเป็นความผิดพลาด

                หลังจากข่าวคราวนี้ออกมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ซีอีโอของเฟสบุ๊คอย่างมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กก็ได้ออกมาแสดงสปิริตความรับผิดชอบ ด้วยการลงขอโทษในหนังสือพิมพ์ใหญ่ 9 ฉบับของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ซึ่งงานนี้มาร์คถึงขั้นลงทุนซื้อพื้นที่โฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ เพื่อกู้ชื่อเสียงของโซเชียลมีเดียอันดับ 1 ของโลกกลับมาอีกครั้ง

การสอบสวนซีอีโอเฟสบุ๊คของสภาคองเกรส

                ล่าสุดสภาคองเกรสได้มีการเรียกตัวซัคเคอร์เบิร์กไปสอบสวนเกี่ยวกับคดีอื้อฉาวที่บริษัท Cambridge Analytical ได้นำเอาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานเฟสบุ๊คไปใช้ในทางมิชอบ ซึ่งมาร์คได้ตอบคำถามและได้ชี้แจงให้สภาได้ทราบว่า เฟสบุ๊คและตัวเขาเองซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง ได้ยอมรับความผิดพลาดที่ทำงานอย่างไม่มีความรอบคอบพอ ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ และบริษัท Cambridge Analytical ได้เคยบอกกับทางเฟสบุ๊คว่า ไม่ได้นำเอาข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ และได้ลบข้อมูลออกไปแล้ว ซึ่งก็ถือเป็นความผิดพลาดของเฟสบุ๊คเองเช่นเดียวกัน ซึ่งทางเฟสบุ๊คเองกำลังดำเนินการแก้ไขรูปแบบของระบบ และตรวจสอบทุกแอปพลิเคชันที่เข้าถึงข้อมูลของเฟสบุ๊คแบบไม่ถูกต้อง และจะทำการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้ และมาร์คเองยังได้บอกด้วยว่า ผู้ใช้เฟสบุ๊คส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านข้อกำหนดในการใช้บริการก่อนจะสมัคร

ความเกี่ยวข้องกับรัสเซีย

                ไม่เพียงแต่กรณีที่มีข้อมูลรั่วไหล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการนำไปใช้เพื่อการเลือกตั้งของประธานาธิบดีทรัมป์เท่านั้น แต่กรณีนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงการสืบสวนในกรณีที่ได้มีการตั้งข้อหาชาวรัสเซีย และบริษัทสัญชาติรัสเซีย ซึ่งได้มีถูกตั้งข้อหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย รวมถึงยังมีเป้าหมายสร้างความแตกแยกในอเมริกันชน ซึ่งในกรณีนี้ทางเฟสบุ๊คก็ได้ยอมรับว่า มีคนในรัสเซียพยายามหาทางใช้ประโยชน์จากเฟสบุ๊ค รวมถึงระบบอื่น ๆ ซึ่งทางเฟสบุ๊คเองกำลังลงทุนพัฒนาระบบความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้น               

อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ใช้บริการเฟสบุ๊คทุกคน ก็คงจะต้องติดตามความคืบหน้าในความผิดพลาดของเฟสบุ๊คในครั้งนี้ต่อไป ว่าโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะมีการพัฒนาและปรับปรุงเรื่องของระบบความปลอดภัย เพื่อให้ผู้ใช้และทุกหน่วยงาน ไปจนถึงรัฐบาลของแต่ละประเทศ ให้กลับมามีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการให้บริการของเฟสบุ๊คได้หรือไม่

5 ที่สุดในประเทศไทย ที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้

                ประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยืนยาวมาเป็นระยะเวลาช้านาน รวมถึงแต่ละพื้นที่ในประเทศก็ล้วนมีเอกลักษณ์ เรื่องราวความเป็นมา มีศิลปวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามแตกต่างกันไป วันนี้เราจึงได้นำเอาเรื่องของที่สุดในประเทศไทย ที่หลายคนยังไม่เคยทราบมาฝากกัน จะมีอะไรเป็นที่สุดบ้าง ตามไปดูกันเลย

  1. จังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุด จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย ด้วยขนาด 20,493.964 ตารางกิโลเมตร และเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บนที่ราบสูงโคราช มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง ได้แก่ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ วัดบ้านไร่ ศาลาลอย เป็นต้น
  2. อำเภอที่มีขนาดใหญ่ที่สุด อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เป็นอำเภอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อยู่ทางตอนใต้ของจังหวัด ซึ่งถือเป็นอำเภอที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมากที่สุดในประเทศเช่นกัน เป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกทีลอซู ดอยหัวหมด และแก่งอุ้มผาง
  3. จังหวัดที่มีประชากรน้อยที่สุด จังหวัดระนองเป็นจังหวัดที่มีประชากรน้อยที่สุดในประเทศไทย มีประชากรทั้งสิ้นจำนวน 190,399 คน ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลตะวันตกของภาคใต้ มีพื้นที่ติดต่อกับหลายจังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และพังงา ได้ชื่อว่าเป็นเมืองฝน 8 แดด 4 เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีฝนตกชุกมากที่สุดในประเทศไทยและจะแล้งเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพยาม อุทยานแห่งชาติแหลมสน อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา
  4. ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุด บึงบอระเพ็ด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตั้งอยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ เป็นสถานที่ซึ่งถูกประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเนื่องจากที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าพันธุ์หายาก ได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ปลาเสือตอ และนกเป็ดน้ำนานาชนิด
  5. สะพานที่ยาวที่สุด สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เป็นสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาจากพื้นที่ตั้งแต่อำเภอควนขนุนจังหวัดพัทลุงไปยังอำเภอระโนดจังหวัด สงขลา ระยะทางรวมทั้งสิ้น 450 กิโลเมตร

                5 ที่สุดในประเทศไทยที่เราได้นำเอามาฝากกันนี้ถือเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและเชื่อว่ามีหลายคนที่ยังไม่เคยรู้ อีกทั้งในจังหวัดและพื้นที่ที่เราได้กล่าวมา ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เพราะฉะนั้นใครที่ยังไม่เคยเดินทางไป อาจจะถือโอกาสนี้ไปดูความเป็นที่สุดในของแต่ละแห่ง ก็ถือเป็นทริปที่สร้างสรรค์และน่าท้าทายสำหรับการเดินทางไม่เบา