“ร่ม” สิ่งที่ห้ามลืมพกติดตัวก่อนออกจากบ้านในช่วงฤดูฝน

ฤดูฝนที่กำลังแผ่กระจายปกคลุมทุกพื้นที่ในช่วงนี้ทำให้มีฝนตกอยู่ในหลายท้องที่ อีกทั้งบางท้องที่ยังมีความแรงของฝนรวมทั้งปริมาณฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำขังในหลายพื้นที่บนท้องถนน ส่งผลกระทบให้การจราจรติดขัดมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัวแล้ว สิ่งที่ห้ามลืมหยิบติดไม้ติดมือก่อนออกจากบ้านนั่นก็คือ “ร่ม” แม้คุณจะเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวไม่ต้องเดินไปขึ้นรถประจำทางหรือการโดยสารรูปแบบอื่นก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้ร่มในการเดินทางครั้งนี้นะ

เพราะเหตุใดจึงควรพกร่มติดตัวไว้ในช่วงฤดูฝนอยู่เสมอ

                -เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนสัมผัสกับศีรษะโดยตรง เมื่อฝนตกไม่ว่าจะมีปริมาณน้ำฝนเยอะหรือน้อย ตกแรงหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่ควรให้ศีรษะสัมผัสกับน้ำฝนเพราะศีรษะเป็นส่วนที่รับสัมผัสได้ไวไม่แพ้อวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ดังนั้นหากปล่อยให้ศีรษะสัมผัสกับน้ำฝนแม้จะในปริมาณที่น้อยนิดก็ตาม แต่หากปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนานไม่เช็ดให้แห้งในทันที ก็จะทำให้มีความชื้นสะสมอยู่บนศีรษะ แม้คุณจะไม่รู้สึกว่ามันชื้นถึงขั้นเปียกก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความชื้นอยู่บนศีรษะ ตัวการที่ก่อให้เป็นหวัดและไข้ตามมานั่นเอง ดังนั้นแม้คุณจะเห็นว่าฝนตกเพียงเล็กน้อย ตกเบา ๆ ไม่ถึงขึ้นทำให้ตัวเปียกก็ตาม ก็อย่ามองข้ามการกางร่มด้วยนะ

                -การพกร่มติดตัวหรือติดรถไว้อยู่เสมอ นับเป็นการเตรียมความพร้อมในการออกเดินทางในช่วงฤดูฝน เพราะคุณไม่อาจทราบได้ว่าฝนจะตกในช่วงไหนเวลาใด แม้วันนี้จะมีการประกาศถึงสภาพอากาศว่าจะปลอดฝนก็ตาม แต่นั่นก็ไม่แน่นอนเสมอไปว่าฝนจะไม่ตกตามที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมกับทุกปริมาณฝน คุณจึงควรมีร่มสักคันติดตัวไว้อยู่ตลอดเวลา แต่หากเมื่อเห็นว่าฝนตกหนักแล้วล่ะก็ ไม่ควรออกเดินทางในช่วงนั้น ควรหยุดพักและรอให้ฝนหยุดหรือซาลงจะดีกว่า  

                เพราะการเตรียมตัวรับมือกับทุกสภาพอากาศย่อมเป็นการดีแก่ตัวคุณเองกว่าการที่ไม่มีการเตรียมตัว ดังนั้นแม้การพกร่มจะเป็นที่ถูกมองข้ามของหลายคนที่ขับรถยนต์เดินทางด้วยตนเอง แต่คุณควรหันมาพกร่มติดตัวไว้ในรถตลอดทุกการเดินทางจะดีกว่า เพราะแม้คุณขับรถถึงที่หมายในขณะที่ฝนตกแล้ว คุณก็ยังต้องเดินลงจากรถเพื่อไปถึงอาคารหรือสถานที่นั้น ๆ อยู่ดี ดังนั้นการมีร่มเดินถือไปยังจุดหมายด้วยกัน ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ร่างกายไม่เปียกปอนเท่านั้น  แต่ยังทำให้ร่างกายไม่ได้รับหรือสัมผัสกับน้ำฝนน้อยที่สุดเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงอาการไม่สบายที่อาจเกิดขึ้นจากการเปียกฝนได้นั่นเอง

Posted in: Uncategorized