ย่างก้าวใหม่ของ เวย์น รูนี่ย์

ดาร์บี้ เคาท์ตี้ ประกาศเซ็นสัญญาล่วงหน้าดึงตัว “เวย์น รูนี่ย์” มาจาก ดี.ซี. ยูไนเต็ด ทีมดังของสหรัฐอเมริกา โดยอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษจะย้ายกลับสู่เกาะอังกฤษในเดือนมกราคม ในฐานะนักเตะและหนึ่งในสต๊าฟโค้ชของ “ฟิลลิป โคคู” ผู้จัดการทีมชาวเนเธอร์แลนด์

                เวย์น รูนี่ย์ ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ เอฟเวอร์ตัน ในปี 2002 และแจ้งเกิดได้สำเร็จในวัยเพียง 16 ปี ด้วยผลงาน 17 ประตู จาก 77 นัด ก่อนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะตัดสินใจคว้าตัวไปร่วมทีมในปี 2004 ด้วยค่าตัว 25.6 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นสถิติค่าตัวสูงที่สุดของนักเตะดาวรุ่งในขณะนั้น

                แม้ต้องแบกความกดดันจากค่าตัวมหาศาล แต่เจ้าหนูวัย 18 ปี ก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ด้วยการซัดแฮตทริกใส่ เฟเนร์บาห์เช่ ตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนาม ก่อนจะคว้าตำแหน่งดาวซัลโวของปีศาจแดงฤดูกาลนั้นไปครองได้ในที่สุด จากการถล่มตาข่ายคู่แข่งไปถึง 17 ประตู เสียดายที่ไม่เพียงพอช่วยให้ยูไนเต็ดมีแชมป์ติดมือเมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลง

                รูนี่ย์ คว้าแชมป์รายการแรกในชีวิตค้าแข้งของตัวเองได้สำเร็จในปี 2006 เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะ วีแกน แอธเลติก ได้ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลลีกคัพ โดยนัดนี้ ศูนย์หน้าร่างท้วม ผลิตสกอร์ไปได้ถึง 2 ประตู ก่อนที่ในปีต่อมา จะเป็นส่วนสำคัญช่วยให้ปีศาจแดงทวงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ ลีก กลับคืนสู่โรงละครแห่งความฝันได้สำเร็จ หลังจากที่พลัดพรากกันไปถึง 3 ปี รวมถึงทำให้แฟนบอลในเว็บ VWIN รับทรัพย์กันถ้วนหน้าจากการเดิมพันทีมแชมป์ในฤดูกาลนั้นเอาไว้

                ตลอดระยะเวลา 13 ปี ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษ สังหารไปทั้งสิ้น 253 ประตู พาปีศาจแดงกวาดแชมป์ได้ถึง 16 รายการ นอกจากนั้นยังคว้ารางวัลส่วนตัวมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ทำลายสถิติเดิมของ “เซอร์ บ็อบบี ชาร์ลตัน” ซึ่งทำไว้ที่ 249 ประตู ตั้งแต่ปี 1973

                แม้ช่วงบั้นปลายกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กัปตันรูนี่ย์ จะผลิตสกอร์ได้ลดลง แถมยังถูกโยกไปเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางอยู่บ่อยครั้งก็ตาม แต่เมื่อย้ายกลับ เอฟเวอร์ตัน ในปี 2017 ศูนย์หน้ากัปตันทีมก็สามารถคว้าดาวซัลโวของทีมท๊อฟฟี่สีน้ำเงินได้ทันที หรือแม้แต่เมื่อข้ามน้ำข้ามทะเลไปอยู่กับ ดี.ซี. ยูไนเต็ด เจ้าตัวก็สามารถยึดดาวซัลโวได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกบนแผ่นดินสหรัฐ แสดงให้เห็นสัญชาตญาณเพชฌฆาตที่ไหลเวียนอยู่เต็มเปี่ยมในตัว

                การกลับสู่มาตุภูมิอีกครั้งของ รูนี่ย์ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในเส้นทางอาชีพของเจ้าตัว ในวัย 33 ปี ทีมแกะเขาเหล็ก อาจเป็นสโมสรสุดท้ายที่เขาจะได้วาดลวดลายในสนาม แต่การทำหน้าที่โค้ชไปด้วย ถือเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ที่ดีเพื่อรองรับบทบาทใหม่ที่จะตามมาในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อได้รับการฝึกฝนจาก ฟิลลิป โคคู ผู้มากด้วยประสบการณ์ ทั้งในฐานะนักเตะและผู้จัดการทีม ต้องรอดูกันว่าปีหน้า รูนี่ย์ จะทำผลงานทั้งในฐานะนักเตะและโค้ชได้ดีขนาดไหน

                รูนี่ย์ ให้สัมภาษณ์ว่า การย้ายมายัง ดาร์บี้ เคาท์ตี้ ทำให้เขารู้สึกเหมือนเมื่อ 17 ปีก่อนอีกครั้ง แม้เส้นผมจะเปลี่ยนสีไป แต่ไฟในตัวยังคงลุกโชติช่วงไม่เปลี่ยนแปลง

นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงหลายคน เริ่มต้นบทบาทโค้ชตั้งแต่ยังเป็นนักเตะอยู่ และหลังจากแขวนสตั๊ดก็กลายมาเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จ ต้องรอดูว่าเมื่อถึงเวลานั้น เวย์น รูนี่ย์ จะสามารถพาตัวเองไปถึงจุดนั้นได้เหมือนเมื่อครั้งเป็นนักเตะได้หรือไม่