เมื่อถึงช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือน หลายคนคงกำลังชะเง้อรอเงินเดือนอย่างใจจดใจจ่อ เพราะในปัจจุบันนี้อะไรก็ดูจะแพงไปเสียหมด ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มมากขึ้น และเมื่อรายรับไม่พอกับรายจ่าย กว่าจะถึงปลายเดือนบางคนก็กระเป๋าแบนเสียก่อน ซึ่งเมื่อเราตกทุกข์ได้ยากเช่นนี้ เราก็มักจะนึกถึงอาหารประเภทหนึ่งที่เปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจในยามยาก นั่นก็คือ “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” อาหารง่าย ๆ ที่ช่วยชีวิตได้ในยามจน ซึ่งเจ้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ดูจะเป็นอาหารสุดแสนจะธรรมดา บางคนออกจะเบื่อด้วยซ้ำ แต่ใครจะรู้บ้างว่ากว่าจะมาเป็นอาหารง่าย ๆ ที่ไม่เคยหายไปจากท้องตลาดนี่เอง ที่ซุกซ่อนความมหัศจรรย์เอาไว้มากมาย

อันโด โมโมฟุกุ  ผู้ริเริ่มผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จนกลายเป็นอาหารที่คนทั่วโลกรู้จัก

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกิดขึ้นครั้งแรกจากความคิดของ “นายอันโด โมโมฟุกุ” โดยในยุคนั้นเป็นยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ประชาชนประสบภาวะข้าวยากหมากแพง กระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่นจึงแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการรณรงค์ให้ชาวญี่ปุ่นกินขนมปังที่ทำจากข้าวสาลี โดยได้รับการสนับสนุนจากอเมริกา แต่นายอันโดกลับคิดว่าจำเป็นหรือไม่ที่ชาวญี่ปุ่นต้องกินขนมปัง ทั้ง ๆ ที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยกับการกินบะหมี่หรือราเมน ด้วยความเป็นคนช่างสังเกต และชอบตั้งคำถามเขาจึงทดลองทำบะหมี่ที่เป็นอาหารง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำกินเองได้ สะดวก และราคาถูก นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางของ “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” และนับจากนั้นหลังจากที่ลองผิดลองถูกอยู่หลายเดือน นายอันโดก็ได้คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้เป็นครั้งแรก โดยตั้งชื่อบะหมี่ของเขาว่า “ชิกิ้น ราเมน” โดยนำเส้นราเมนที่ได้จากการผสมกับน้ำซุปกระดูกไก่ (โทริคะระ) ทอดในน้ำมันปาล์มไล่ความชื้นออกไป เพื่อสามารถเก็บไว้ได้นาน แค่เติมน้ำร้อนเส้นก็จะคืนสภาพเดิมและกินได้ทันทีโดยไม่ต้องปรุง ปัจจุบันชิกิ้น ราเมนยังเป็นรสที่ขายดี ที่ยังคงความอร่อย และได้รับความนิยมจากชาวญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้

ต่อมาในปี 2507 นายอันโดจึงได้ก่อตั้งสมาคม อุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูป และเป็นประธานสมาคมผู้ผลิตราเมนนานาชาติ และก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ราเมนสำเร็จรูปโมโมฟุกุ อันโด กิจการบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้รับการตอบรับดีมาก กระทั่งปี 2514 เขาได้ขยายกลุ่มผู้บริโภคไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้นได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารง่าย ๆ ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน  

เมื่อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นที่รู้จักในต่างประเทศ จนกลายเป็นที่นิยมในประเทศไทยเช่นกัน ซึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเข้ามาในไทยราวปี พ.ศ.2514-2515 โดยยี่ห้อแรกคือ “ซันวา” ที่มีต้นแบบมาจากบะหมี่ญี่ปุ่นที่ต้องต้มก่อนกิน ตามมาด้วย ยำยำ ไวไว มาม่า ซึ่งเป็นชื่อที่คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยเป็นอย่างดี ถึงขนาดที่ว่าคนไทยส่วนใหญ่มักจะเรียกชื่อแทนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปว่า “มาม่า” จนในปัจจุบันนี้ก็ยังคงเรียกชื่อนี้อยู่ ในที่สุดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็กลายเป็นอาหารที่อยู่คู่สังคมไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเป็นอาหารที่ไม่มีใครไม่รู้จัก แม้ว่าบางคนอาจจะรู้สึกเบื่อหน่าย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนส่วนใหญ่ยังคงบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันอยู่ไม่ขาด ซึ่งบางคนถึงขั้นนำไปทำเป็นเมนูอย่างอื่นที่หลากหลาย เช่น ยำมาม่า       ผัดมาม่า ต้มมาม่าทะเล ถือได้ว่าเป็นอาหารที่เราสามารถสร้างสรรค์เมนูได้อย่างหลากหลายตามความชอบของแต่ละคน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลายเป็นอาหารง่าย ๆ ไม่เคยตายไปจากโลก